เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีเปิดตัว Application i-Move ระบบบริหารจัดการการขนส่งผู้ป่วยอัจฉริยะ (Smart Patient Transport Management System)นวัตกรรมยกระดับการให้บริการผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ โดยมี รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวส คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ศ.ดร.กาญจนา เศรษฐนันท์ หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมคณาจารย์ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องประชุมมิตรภาพ ชั้น 3 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเป็นอย่างยิ่ง โดยส่งเสริมให้อาจารย์และบุคลากรทำงานวิจัยที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม
“i-Move ที่ทีมของเราพัฒนาขึ้นเป็นความร่วมมือ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นระบบที่มีคุณภาพสูง ทัดเทียมหรือดีกว่าซอฟต์แวร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นอกจากนั้นแพลตฟอร์มนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการห้องผ่าตัด การบริหารจัดการเตียง หรือระบบบริการต่างๆ ของโรงพยาบาลได้อีกมากมาย นับเป็นแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพสูงและสามารถขยายผลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง”

รศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวส คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวว่า การก้าวสู่ Smart Hospital ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ต้องอาศัยกลไกที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด โดยระบบเวรเปลถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการทำงานทั้งระบบ “แอปพลิเคชัน i-Move ได้เปลี่ยนระบบการทำงานจากแมนนวลเป็นดิจิทัล ทำให้สามารถวางแผนการรักษาจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากวอร์ด ฝ่ายการพยาบาล และเชื่อมโยงไปยังเวรเปลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การเป็น Smart Hospital ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของคณะแพทยศาสตร์ในการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย”
รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เผยว่า การพัฒนาโปรแกรม i-Move มีความท้าทายสำคัญสองประการ ประการแรกคือความเสถียรและแม่นยำของระบบ เนื่องจากต้องจัดการข้อมูลจำนวนมากและใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงโดยต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ ประการที่สองคือการออกแบบให้ใช้งานง่ายและมีความพร้อมตอบสนองกิจกรรมต่างๆ ได้ทันท่วงที “ทีมพัฒนาได้นำแนวคิด Intelligent Dispatching มาใช้ในการออกแบบ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดสรรทรัพยากรและงานต่างๆ ให้อยู่ในรูปของการใช้ข้อมูลจริงอย่างเป็นระบบ มีการคิดวิเคราะห์อัตโนมัติและชาญฉลาด ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการในการบริการผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นับเป็นความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จระหว่างสองคณะในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของภาคสุขภาพ”

ศ.ดร.กาญจนา เศรษฐนันท์ หัวหน้าโครงการวิจัย อธิบายถึงที่มาของการพัฒนาว่า ระบบบริหารจัดการการขนส่งผู้ป่วยแบบเดิมยังเป็นระบบแมนนวลที่พึ่งพาคนเป็นหลัก ทำให้ไม่สามารถติดตามแบบเรียลไทม์ และไม่มีข้อมูลเชิงลึกสำหรับการวิเคราะห์และบริหารจัดการ “ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกิดความล่าช้า เกิดความคลาดเคลื่อนในการส่งผู้ป่วย และที่สำคัญคือทำให้เกิดต้นทุนแฝงที่สูง จากปัญหาเหล่านี้จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม i-Move ซึ่งเป็นระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งผู้ป่วยที่ประสานระหว่างระบบ IoT ระบบฐานข้อมูล และระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุนการเป็น Smart Hospital ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์”

ศ.ดร.กาญจนา กล่าวต่อว่า ระบบ i-Move ทำงานผ่านกระบวนการที่เป็นระบบ เริ่มจากการรับคำสั่งงานจากหน่วยงานผู้ส่ง เช่น หอผู้ป่วยหรือห้องฉุกเฉิน จากนั้นระบบจะช่วยจัดคิวและมอบหมายงานโดยเน้นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุด เจ้าหน้าที่จะรับงานผ่านมือถือ พนักงานเวรเปลสแกนหรือกดเริ่มงาน-จบงาน และผู้ประสานงานสามารถติดตามสถานะบน Dashboard แบบเรียลไทม์

“ระบบ i-Move มีฟังก์ชันเด่นที่ครบครันและทันสมัย ประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการงานที่จัดคิวและมอบหมายงานอย่างเป็นระบบ การติดตามแบบเรียลไทม์ทั้งสถานะงานและเจ้าหน้าที่ ระบบ QR/Scan ยืนยันจุดรับ-ส่งเพื่อตรวจสอบย้อนหลังและลดความผิดพลาด Dashboard และ Data Analytics สำหรับดู KPI ต่างๆ แบบเรียลไทม์ รวมถึงระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติที่ลดการโทรซ้ำและส่งงานถึงผู้ปฏิบัติงานได้ทันที นอกจากนี้ ระบบยังมีจุดเด่นที่โดดเด่นกว่าแอปพลิเคชันทั่วไป ด้วยความสามารถในการระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำผ่าน Wi-Fi โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ GPS Tracking รองรับการระบุตำแหน่งในแนวดิ่ง ตรวจสอบสถานะว่าเจ้าหน้าที่เวรเปลว่างหรือไม่ว่างแบบเรียลไทม์ วัดประสิทธิผลการทำงานด้วยข้อมูลจริง พร้อมวิเคราะห์และเก็บสถิติเส้นทางยอดนิยมและสถิติการใช้อุปกรณ์ เพื่อนำไปพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานต่อไป”

ศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เผยผลลัพธ์จากการนำระบบ i-Move มาใช้งานจริงว่า โรงพยาบาลพบว่าระบบมีประสิทธิภาพเป็นอย่างดี สามารถลดเวลาการรอคอยลงได้ถึง 1 ใน 3 ทำให้การไหลเวียนของผู้ป่วยไปยังจุดบริการต่างๆ มีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อการรักษาเป็นอย่างยิ่ง “จากการประเมินผลผู้ใช้งานโดยตรง ทั้งพนักงานที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยและพยาบาล พบว่ามีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถเห็นภาพรวมของระบบการทำงาน ทราบจุดที่ต้องการให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน และสามารถลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้ ระบบ i-Move เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและนำโรงพยาบาลเข้าสู่ Smart Hospital อย่างแท้จริง”

พยาบาลผู้ใช้งาน i-Move ให้ข้อมูลว่า “รู้สึกสะดวกและลดระยะเวลาในการรอคอย ความผิดพลาดลดน้อยลงจากการที่เคยติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ อย่างเช่น การขอเปลที่มีถังออกซิเจนซึ่งเคยเกิดความผิดพลาดจากการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน แอปพลิเคชัน i-Move ทำให้การทำงานร่วมกับเวรเปลสะดวกมากขึ้นจริงๆ” ขณะที่เจ้าหน้าที่เวรเปลให้ความเห็นว่า “สามารถติดตามงานได้แบบเรียลไทม์ รู้ว่าพนักงานส่งผู้ป่วยเสร็จหรือยัง ลดข้อผิดพลาดจากการใช้โทรศัพท์ในการสื่อสาร และสามารถบันทึกข้อมูลลงแอปพลิเคชันให้ถูกต้องครบถ้วน แอปพลิเคชัน i-Move ทำให้งานเวรเปลง่ายขึ้นจริงๆ”

“i-Move” จึงไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันสำหรับเวรเปล แต่เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ในโรงพยาบาลที่พิสูจน์แล้วว่า ‘ข้อมูลที่แม่นยำและการจัดการที่ชาญฉลาด’ สามารถช่วยชีวิต และ เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขได้อย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำจุดยืนของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมและการอุทิศตนเพื่อสังคมอย่างแท้จริง






