รางวัลวิทยานิพนธ์เกียรติยศ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ประจำปี 2556

รางวัลวิทยานิพนธ์เกียรติยศ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ประจำปี 2556 ได้แก่ผลงานเรื่อง “การพัฒนาเค้าร่างเมทาดาทาสำหรับการจัดการเอกสารใบลานที่อยู่ในรูปดิจิทัล” ของ ดร.นิศาชล จำนงศรี
อ่าน 1,708 ครั้ง
9 มี.ค. 2558    Navabhorn Navabhorn

            รางวัลวิทยานิพนธ์เกียรติยศ  ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เกิดจากแนวความคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ซึ่งได้มองเห็นว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งผลิตงานวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ที่สำคัญที่เป็นที่พึ่งทางความคิดและการแก้ปัญหาของคนอีสาน งานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาของนักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการพัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง ซึ่งงานวิจัยเหล่านี้ควรได้รับการพัฒนามาเป็นงานวิจัยที่มีการกำหนดปัญหาหรือโจทย์วิจัยจากปัญหาจริงในพื้นที่ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยไปพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป เพื่อเป็นการสนับสนุน และสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาได้พัฒนาผลงานวิทยานิพนธ์ให้มีคุณภาพบนพื้นฐานแนวคิดของงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ  จึงสนับสนุนให้มีการคัดเลือกวิทยานิพนธ์ดีเด่นที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้นปีละหนึ่งเรื่อง โดย ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน สนับสนุนรางวัล เรื่องละ 100,000 บาท เป็นเวลา 10 ปี  โดยให้ชื่อว่า รางวัลวิทยานิพนธ์เกียรติยศ  ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน

          วิทยานิพนธ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลประจำปี พ.ศ. 2556 ได้แก่ “การพัฒนาเค้าร่างเมทาดาทาสำหรับการจัดการเอกสารใบลานที่อยู่ในรูปดิจิทัล” ของ  ดร.นิศาชล จำนงศรี  อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ  สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาวิชาสารสนเทศศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีการศึกษา  2552 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. ลำปาง แม่นมาตย์  อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการสารสนเทศและการสื่อสาร  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

         รองศาสตราจารย์ ดร. ลำปาง แม่นมาตย์  ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกบันทึกไว้ในเอกสารใบลาน ยังคงเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ในชนบท เช่น ที่วัด และตามบ้านเรือน นอกจากนี้ เอกสารใบลานยังถือว่าเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นเจ้าของจึงไม่อนุญาตให้ใช้ อีกสาเหตุหนึ่งคือเอกสารต้นฉบับเหล่านี้มักสูญหายหรือถูกทำลาย ไม่ว่าจะโดยมนุษย์หรือธรรมชาติ เอกสารใบลานที่ขาดการดูแลจึงมีความเปราะบาง แตกหักเสียหายง่าย ภาษาที่ใช้ในการบันทึกเป็นภาษาเก่าและใช้อักษรโบราณทำให้ยากต่อการเข้าถึงเนื้อหา ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณในการอ่านและถ่ายถอด งานวิจัยในปัจจุบันและโครงการสงวนรักษาเอกสารใบลานหลายโครงการได้พยายามรวบรวมและลงทะเบียนเอกสารใบลานที่กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ เพื่อถ่ายทอดเอกสารต้นฉบับเหล่านี้เป็นภาษา และแม้เริ่มมีการแปลงให้อยู่ในรูปดิจิทัลเพื่อให้ใช้งานได้ง่าย แต่การเข้าถึงความรู้ในเอกสารใบลานดิจิทัลยังคงเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้

        การสร้างคอลเล็คชั่นเอกสารใบลานดิจิทัลจะทำให้การเผยแพร่และการเข้าถึงเอกสารใบลานทำได้ง่ายขึ้น ช่วยในการเก็บรักษาองค์ความรู้ที่บันทึกไว้ในเอกสารโบราณให้คงอยู่ตลอดไป และยังเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาตัวเอกสารต้นฉบับไม่ให้เกิดความเสียหายจากการใช้งานได้อีกทางหนึ่ง และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานคอลเล็คชั่นเอกสารใบลานดิจิทัลจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเมทาดาทาซึ่งเป็นเครื่องมือในการบรรยายลักษณะเอกสารอย่างมีแบบแผนและเป็นมาตรฐาน โดยเมทาดาทาจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นพบ จำแนก เข้าถึง และเรียกใช้เอกสารดิจิทัลที่ต้องการได้ สามารถเชื่อมโยงทั้งเอกสารใบลานและเอกสารอื่นๆ เกี่ยวข้องกันได้ ช่วยในการแสดงเอกสารตามรูปแบบโครงสร้างที่ถูกต้อง และช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรโดยการแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การสงวนรักษา และสิทธิในการเข้าใช้เอกสาร อย่างไรก็ดี มาตรฐานเมทาดาทาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองโครงสร้างที่ซับซ้อนทั้งทางด้านกายภาพและเนื้อหาของเอกสารใบลานและคอลเล็คชั่นเอกสารใบลานดิจิทัลได้

         ดังนั้น เพื่อให้การเข้าถึงและนำองค์ความรู้ที่บันทึกอยู่ในเอกสารใบลานออกมาใช้ประโยชน์ทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น และเพื่อเป็นการสงวนรักษาเอกสารใบลานในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านเอกสารที่บันทึกภูมิปัญญาและความทรงจำชาติ และเพื่อสนับสนุนให้เกิดการรวบรวม จัดเก็บ เผยแพร่เอกสารใบลาน อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงและนำภูมิปัญญาที่บันทึกไว้ออกมาใช้ได้ แนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีด้านห้องสมุดดิจิทัลมาใช้เพื่อเป็นการรวบรวมและสงวนรักษาเอกสารใบลานให้อยู่ในรูปดิจิทัลที่ได้มาตรฐานและใช้แนวคิดของเมทาดาทาในการบริหารจัดการข้อมูลเอกสารใบลานเพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้น เข้าถึงและนำเอกสารไปใช้ รวมถึงการบริหารจัดการคอลลเคชั่นเอกสารใบลาน โดยการพัฒนาเมทาดาทาจะต้องอิงตามหลักการและเทคโนโลยีที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อเป็นมาตรฐานในการบรรยายเอกสารโบราณประเภทอื่นๆ ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลเอกสารโบราณร่วมกันในทั้งในระดับประเทศ ระดับนานาชาติ”

         ผลจากการศึกษาค้นคว้า ดร.นิศาชล จำนงศรี เล่าว่าจากการศึกษาเพื่อทำข้อกำหนดความต้องการของเค้าร่างเมทาดาทาพบว่า จุดเข้าถึงข้อมูลหลักที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้ และมีเพียงจุดเข้าถึงเดียวคือ ชื่อเรื่องของเอกสารใบลาน ซึ่งชื่อเรื่องทำหน้าที่เป็นทั้งชื่อเอกสารและหัวเรื่องของเอกสาร ผู้ใช้ต้องมีความคุ้นเคยและมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาจึงจะสามารถทราบได้ว่าใบลานชื่อเรื่องใดมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร”

          “จากการศึกษาเพื่อทำข้อกำหนดความต้องการของเค้าร่างเมทาดาทาพบว่า จุดเข้าถึงข้อมูลหลักที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้และมีเพียงจุดเข้าถึงเดียวคือ ชื่อเรื่องของเอกสารใบลาน ซึ่งชื่อเรื่องทำหน้าที่เป็นทั้งชื่อเอกสารและหัวเรื่องของเอกสาร อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ต้องมีความคุ้นเคยและมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาจึงจะสามารถทราบได้ว่าใบลานชื่อเรื่องใดมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และใบลานชื่อเรื่องใดจะมีเนื้อหาที่ตนต้องการ ผู้ใช้ยังไม่ทราบว่าจะสามารถค้นหาเอกสารใบลานที่ต้องการได้จากที่ใดบ้างซึ่งสัมพันธ์กับข้อค้นพบที่สองที่พบว่า แต่ละโครงการจะมุ่งเน้นการลงทะเบียนเพื่อการสงวนรักษาเอกสารใบลานในฐานะวัตถุโบราณมากกว่าจะเน้นที่การเข้าถึงเนื้อหา จุดเข้าถึงข้อมูลที่จะนำพาผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาของเอกสารได้จึงมีเพียงชื่อเรื่องเท่านั้น ปัญหาอีกประการหนึ่งที่พบคือ นโยบายการจัดเก็บเอกสารไว้ที่แหล่งที่พบเอกสารเพื่อให้เจ้าของเป็นผู้ดูแลรักษา ซึ่งพบว่า เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งเอกสารมักสูญหายและเสียหาย หรือถูกนำไปจำหน่ายเนื่องจากขาดการควบคุมดูแลและการให้ความสำคัญ แตกต่างจากเอกสารโบราณที่จัดเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุและได้รับการเก็บรักษาและดูแลอย่างดี (3) พบความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของเอกสาร (ใบลานก้อม ใบลานยาว) ตัวอักษร ภาษา และเนื้อหาที่บันทึก โดยพบว่า ใบลานยาวมักใช้บันทึกเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและนิทาน ส่วนใบลานก้อมจะใช้เหมือนเป็นสมุดบันทึกบันทึกภูมิปัญญาด้านต่างๆ ของท้องถิ่น อาทิ ตำรายา คาถา โหราศาสตร์ เรื่องราวที่ศักดิ์สิทธิ์มักบันทึกด้วยอักษรขอมและอักษรธรรมเป็นภาษาบาลีและไทยอีสาน ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่นจะบันทึกด้วยอักษรไทยน้อยและอักษรธรรมส่วนลักษณะเฉพาะของเอกสารพบว่า เอกสารใบลานมีรูปแบบการบันทึกข้อมูลที่หลากหลายคือ หนึ่งเรื่องอาจบันทึกในผูกเดียว หรือหนึ่งเรื่องอาจบันทึกในหลายผูก หรือหนึ่งผูกอาจบันทึกเนื้อหาหลายเรื่อง หรือหนึ่งเรื่องอาจมีหลายตอนและแต่ละตอนมีหลายผูก อีกทั้งหนึ่งเรื่องยังสามารถบรรยายออกมาได้หลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบอาจใช้อักษรและภาษาต่างกันซึ่งทำการการควบคุมดูแลและการเข้าถึงเนื้อหาทำได้ยาก

      นวัตกรรมที่เป็นผลจากการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย (1) กระบวนการในการพัฒนาเค้าร่างเมทาดาทาที่หน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ และได้มีการจดลิขสิทธิ์ในส่วนของคู่มือการพัฒนาเค้าร่างเมาทาดาไว้แล้ว (2)The PLM Metadata Schema: PLMM ซึ่งเป็นเค้าร่างเมทาดาทาที่พัฒนาขึ้นตามมาตรฐานสากล การบรรยายเอกสารประกอบด้วย 76 องค์ประกอบ (34 องค์ประกอบหลัก 42 องค์ประกอบขยาย) เพื่อใช้ในการบรรยายเอกสารใบลานทุกเวอร์ชั่นและทุกรูปแบบในคอลเล็คชั่น และสนับสนุนกระบวนการในการสืบค้นและเชื่อมโยงเอกสารใบลานที่มีโครงสร้างด้านกายภาพและเนื้อหาที่ซับซ้อนโดยมีลักษณะเด่นคือ สามารถบรรยายลักษณะกายภาพของเอกสารต้นฉบับ ระบุถึงเนื้อหาและแสดงความสัมพันธ์ของเอกสารได้ สามารถแสดงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเอกสารใบลานได้แสดงให้เห็นถึงองค์รวมและองค์ย่อยของเอกสาร นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึง      เวอร์ชั่น และรูปแบบอื่นๆ ของเอกสารโดย PLMM Version 1.0 ได้จดลิขสิทธิ์ไว้แล้วเช่นเดียวกัน (3) โปรแกรมจัดการเอกสารใบลานที่พัฒนาบนเค้าร่างเมทาดาทา PLMM Version 1.0 ได้ทำการจดลิขสิทธิ์และนำไปจัดทำฐานข้อมูลเอกสารใบลานให้กับหน่วยงานต่างๆ (4) กระบวนการในการพัฒนาดิจิทัลคอลเล็คชั่นสำหรับเอกสารโบราณอื่นๆ และเอกสารเก่า

        ข้อค้นพบทางวิชาการจากการประยุกต์ใช้ IFLA FRBR Model เพื่อพัฒนา PLMs Metadata Model พบว่า แบบแผนแบบ 4 ลำดับขั้นของ FRBR สามารถช่วยในการจำแนกลักษณะด้านกายภาพออกจากเนื้อหาของทรัพยากรได้อย่างดีเยี่ยม จึงสามารถช่วยในการสกัดองค์ประกอบย่อยเมทาดาทาสำหรับเอกสารโบราณเช่นเอกสารใบลานที่มีความซับซ้อนทั้งเนื้อหาและกายภาพของเอกสารโบราณได้อย่างดี ช่วยให้สามารถรวมเอกสารทุกเวอร์ชั่นและทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นจากเอกสารใบลานฉบับเดียวกันไว้ด้วยกันได้ ทำให้หน้าจอแสดงผลการสืบค้นสั้นลง ผู้ใช้ใช้เวลาน้อยลงในการสืบค้นเอกสารเรื่องที่ต้องการ ช่วยให้การรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกันทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นข้อบกพร่องของโมเดลการสร้างข้อมูลรายการบรรณานุกรมแบบเดิมที่ไม่สามารถรองรับการทำงานนี้ได้ และจากการพัฒนาโปรแกรมจัดการเอกสารใบลานบนเค้าร่างเมทาดาทาที่พัฒนาขึ้น พบว่า การจัดการและควบคุมรายการบรรณานุกรมของคอลเล็คชั่นเอกสารโบราณที่อยู่ในรูปดิจิทัลทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการสร้างเมทาดาทา และที่สำคัญคือ ผู้ใช้สามารถทำความเข้าใจ สืบค้น และเข้าถึงเอกสารใบลานและความรู้ที่บันทึกไว้ในเอกสารได้ง่ายขึ้น”

          เมทาดาทาที่ได้จากการวิจัยได้นำไปประยุกต์ใช้งานในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบการจัดการเอกสารใบลานและเอกสารโบราณอื่นๆ และได้รับลิขสิทธิ์ในนามมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีหน่วยงานที่นำไปใช้เป็นต้นแบบในพัฒนาโปรแกรมการจัดการเอกสารใบลานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ได้แก่ โครงการอนุรักษ์เอกสารใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, สำนักวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น, หอสมุดแห่งชาติท่าวาสุกรี และหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จังหวัดนครราชสีมา, ศูนย์ใบลานศึกษา สำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาจดหมายเหตุและคลังความรู้ของศูนย์การเรียนรู้ไท-ยวน นครจันทึก อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “Digital Meets Cultural Heritage” ในการประชุมวิชาการนานาๆ ชาติ “The 16th International Conference on Asia-Pacific Digital Libraries” มีการสร้างเครือข่ายนักวิจัยด้านการอนุรักษ์และการสงวนรักษาเอกสารใบลานและเอกสารโบราณ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การถ่ายทอดความรู้ และการต่อยอดการวิจัยให้ครอบคลุมมิติต่างๆ ในการจัดการเอกสารโบราณและการสงวนรักษาโดยวิธีการดิจิทัล  อีกทั้งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีให้จัดทำโครงการอบรมการจัดการเอกสารใบลานในรูปดิจิทัลและการใช้ซอฟต์แวร์การจัดการเอกสารใบลานในรูปดิจิทัล ให้แก่หน่วยงานที่ดูแลและให้บริการเอกสารโบราณในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  นอกจากนี้ยังได้รับเชิญจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในการพัฒนาเมทาดาทาสำหรับดิจิทัลคอลเล็คชั่นและการพัฒนาดิจิทัลคอลเล็คชั่นสำหรับเอกสารโบราณให้กับบุคลากรของหน่วยงาน ในกลุ่มวิชาชีพสารสนเทศ ทั้งในระดับองค์กร ระดับสมาคมวิชาชีพ ระดับประเทศ และระดับนานๆ ชาติ ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า 9 ครั้ง ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ ไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง มีการนำผลงานวิจัยไปเสนอในที่ประชุมวิชาการ 6 ครั้ง ได้รับการอ้างอิง (citation)  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  นอกจากนี้ ยังนำไปสู่ปัญหาการวิจัยของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกหลักสูตรสารสนเทศศึกษาอีก 3 เรื่องเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงองค์ความรู้ที่บันทึกไว้ในเอกสารโบราณ และได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ (ระดับปริญญาเอก) ประจำปี 2554 รางวัลระดับดี จากสภาวิจัยแห่งชาติ

        งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเค้าร่างเมทาดาทาสำหรับการจัดการเอกสารใบลานที่อยู่ในรูปดิจิทัล” นับเป็นงานวิจัยที่สามารถดึงเอาภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมของประเทศชาติ กลับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติได้อย่างมหาศาล คณะกรรมการพิจารณาทุนของบัณฑิตวิทาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเห็นสมควรพิจารณาให้งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นงานวิจัยที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์เกียรติยศ ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ประจำปี 2556

        ดูรายละเอียดผลงานได้ที่ http://gs.kku.ac.th/…/index…/kanokaward-awards/item/581-2556

 

          บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »