KKU Smart Learning นวัตกรรมแก้ความเหลื่อมล้ำ นำแสงสว่างระบบการศึกษาไทย

KKU Smart Learning พัฒนาสมรรถนะนักเรียน ด้วยนวัตกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ สอดคล้องประเทศไทย 4.0 รัฐมนตรีชี้ มข. ต้นแบบวิจัยชั้นเรียน เตรียมขยายผลทั่วประเทศ
อ่าน 2,038 ครั้ง
28 พ.ค. 2561    Jiraporn Pratomchai

       การสอบวัดความรู้นักเรียนนานาชาติหรือ PISA (Programme for International Student Assessment) เป็นการวัดระดับความรู้ของนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลก จัดสอบขึ้นทุก 3 ปี โดยในปี 2558 เป็นปีที่มีการจัดสอบล่าสุด มีผู้เข้าสอบจาก 72 ประเทศ จำนวนกว่า 540,000 คน ปรากฏว่าผลสอบของเด็กนักเรียนไทย ไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นจากปีก่อนๆ โดยในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน อยู่อันดับ 52 54 และ 57 ตามลำดับ ขณะที่เด็กนักเรียนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามสอบได้อันดับ 8  22 และ 32 ตามอันดับ แม้จะมีภูมิศาสตร์วัฒนธรรม และระบบการศึกษาใกล้เคียงกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็กไทยมีทักษะด้านการวิเคราะห์อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน  ทั้งที่ผ่านมาประเทศไทยมีความพยายามพัฒนาการศึกษาเป็นเวลาหลายสิบปี


     

       มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงจัดทำนวัตกรรม KKU Smart Learning โดยดำเนินการพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ ลักษณะการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน ภายใต้บริบทนักเรียนและโรงเรียนที่แตกต่างกัน รวมทั้งอบรมพัฒนาศักยภาพครูให้สามารถออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้โดยผสานร่วมระหว่างแนวคิดของ KKU Smart Learning กับความรู้และประสบการณ์เดิม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ตลอดชีวิตให้แก่เด็กไทย
      นายแพทย์ธีระเกียรติ   เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น นับเป็นผู้นำด้านการเรียนการสอนการวิจัยในชั้นเรียนที่ได้ผลจริง โดยมีแนวโน้มและผลวิจัยยืนยันชัดเจนว่านวัตกรรมการเรียนการสอนดังกล่าว สามารถช่วยให้เด็กไทยเกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับยุคประเทศไทย 4.0  โดยมั่นใจว่าจะสามารถเป็นต้นแบบขยายผลให้กับมหาวิทยาลัยภูมิภาคอื่นๆ  เป็นตัวอย่างการพัฒนาการศึกษาไทยให้เติบโต ก้าวไกล ครอบคลุมทั่วประเทศในที่สุด
       รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย  ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  เผยว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้การดำเนินโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยนวัตกรรม KKU Smart Learning เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของนักเรียนใน 3 กลุ่มสาระวิชาได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ สนับสนุนให้ครูใช้นวัตกรรม KKU Smart Learning เพื่อจัดการเรียนรู้ และพัฒนาความรู้ความเข้าใจในแนวคิดและวิธีการในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่ โดยในระยะแรกมีเป้าหมายการดำเนินงานกับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในเขตจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ มีครูเข้าร่วมโครงการ 270 คน และนักเรียนจำนวน 6,000 คนใน 45 โรงเรียน  ปัจจุบันในปีการศึกษา 2561 มีเป้าหมายการขยายโครงการครอบคลุม 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 195 โรงเรียน นักเรียน 31,200 คนโดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการตามเป้าหมายโครงการในระยะเวลา 3 ปี จะมีครูเข้าร่วมโครงการ 4,050 คน นักเรียนกว่า 81,000 คนซึ่งมีครูสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก
      นายกฤษฎา  ดีทานิน ครูสอนคณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านลานวิทยาคม สพม.25 จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการ KKU Smart Learning เมื่อปี 2560 เป็นต้นมา โดยเชื่อมั่นว่านวัตกรรมการเรียนการสอนที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาของอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะนำไปใช้จริงในพื้นที่และเกิดผลต่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงการศึกษาระดับมัธยมศึกษาได้จริง  จึงนำมาใช้ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของนักเรียนในสาระวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน และมีทักษะการคิดวิเคราะห์เพิ่มมากขึ้น
       “ในชั้นเรียนครูจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษา มีการนำเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟนมาใช้ ซึ่งเด็กจะคิดว่า เวลาเรียนห้ามเล่นโทรศัพท์ แต่วิธี Smart Learning คือ นำสื่อการเรียนรู้เข้าไปในโทรศัพท์ ฉะนั้นทั้งชั้นเรียน ใน 1 ชั่วโมง นักเรียนจะ เล่นโทรศัพท์ได้เลย แต่จะเป็นบทเรียนออนไลน์ ให้เรียน เป็นวัตกรรมที่ทันสมัยตอบโจทย์การเรียนในยุคนี้อย่างยิ่ง” ครูกฤษฎา กล่าว   
         KKU Smart Learning เป็นนวัตกรรมส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและเทคโนโลยี รวมทั้งทักษะด้านชีวิตและอาชีพของนักเรียน  ตลอดจนพัฒนาความสามารถของครูในการใช้นวัตกรรม KKU Smart Learning ในการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาความรู้ความเข้าใจในแนวคิดและวิธีการในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่ในแต่ละเนื้อหาวิชาตลอดจนความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการส่งเสริมการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา  และเพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์ นักวิจัยในระดับมหาวิทยาลัย กับศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารและครูที่ทำหน้าที่ในการจัดการเรียนรู้  ทั้งหมดนี้มุ่งเป้าเพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนอย่างยั่งยืน
         แม้สถานการณ์การคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยยังอยู่ในภาวะวิกฤต  แต่ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยมีหลายประการ โดยเฉพาะประเด็นความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การดำเนินงาน KKU Smart Learning จึงถือเป็นความหวังหนึ่ง ที่คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกันได้ในอนาคต  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งด้านนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน  สถาบันการศึกษาในเขตพื้นที่ และสำคัญที่สุดคือผู้ใช้นวัตกรรมอย่าง ครู และ นักเรียน  การพัฒนาระบบการศึกษาจึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่หากเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ทุกคนที่ต้องดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน  

 

บทความ : จิราพร ประทุมชัย 

ภาพ : อรรพล ฮามพงษ์


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »