สุดยอด! ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ 1 ใน 12 นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ

ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ 1 ใน 12 บุคคลที่ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 57 สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อ่าน 3,838 ครั้ง
9 ก.พ. 2558    Worawit Siripanuwat

          ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ 1 ใน 12 บุคคลที่ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2557 สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติและได้จัดพิธีมอบรางวัล ประกาศเกียรติคุณนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พร้อมเงินรางวัลจำนวนห้าแสนบาทและประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติคุณ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 08.30 น. ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค (ฮอลล์ 9) เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
 
          ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ เผยว่า “ทำงานวิจัยทางด้านวิศวกรรมโยธาตั้งแต่เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์เมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยวิจัยด้านปูนซีเมนต์และคอนกรีตเป็นหลัก และเนื่องจากการจัดหาน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบกับวิศวกรรมโยธาเป็นศาสตร์ที่หลากหลาย ฉะนั้นงานวิจัยที่ทำจะรวมถึงด้านแหล่งน้ำและวิศวกรรมโยธาอื่น จึงได้ทำวิจัยเรื่องการลดการซึมของสระขุดซึ่งมีการวิจัยด้านการบดอัดดินและการใช้ปูนซีเมนต์ลดการซึมผ่านของน้ำ จากนั้นได้เริ่มงานวิจัยเรื่อง Low cost cement for rural areas และได้บุกเบิกงานวิจัยการใช้ประโยชน์ของเถ้าลอย และได้ตีพิมพ์รายงานวิจัย “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมขี้เถ้าลอยแม่เมาะ” ในปี พ.ศ. 2528 นับได้ว่าเป็นงานวิจัยที่ทรงคุณค่า และได้จุดประกายการวิจัยด้านเถ้าลอยในประเทศไทยให้กว้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2546 จากผลงานวิจัยที่ได้ทำด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับรางวัล “นักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2545 กลุ่มพัฒนาการใช้ประโยชน์เถ้าลอยลิกไนต์ในไทย” มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระราชูปถัมภ์ ในปีพ.ศ. 2547 จึงได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน (Sustainable Infrastructure Research and Development Center, SIRDC) ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อรองรับการวิจัยด้านนี้ เถ้าลอย (fly ash) ถือเป็นวัสดุปอซโซลานรู้จักกันมากที่สุด และจากผลของงานวิจัยจึงมีการนำมาใช้งานจริงในอุตสาหกรรมคอนกรีต ส่วนวัสดุปอซโซลานอื่นที่ศึกษา ได้แก่ เถ้าก้นเตา เถ้าถ่านหินกองทิ้งดินขาวเผา และเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม เช่น เถ้าแกลบ (หรือเถ้าแกลบเปลือกไม้) เถ้าปาล์มน้ำมัน และเถ้าชานอ้อย ในปีพ.ศ. 2549 ได้ตั้งเครือข่ายจีโอโพลิเมอร์ไทย (Thai Geopolymer Network) เพื่อส่งเสริมการวิจัยด้านนี้ วัสดุประสานจีโอโพลิเมอร์ทำจากสารที่มีซิลิกา (SiO2) และอะลูมินา (Al2O3) เป็นองค์ประกอบหลัก และใช้สารละลายด่างความเข้มข้นสูงและสารละลายซิลิเกตเป็นตัวทำปฏิกิริยา ซึ่งแตกต่างจากปฏิกิริยาไฮเดรชันของปูนซีเมนต์ แต่มีสมบัติเป็นวัสดุประสานได้เหมือนกับวัสดุประสานจากปูนซีเมนต์ มีสมบัติทางกลที่ดี และมีความทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีดีกว่าวัสดุประสานจากปูนซีเมนต์ ได้ศึกษาการใช้สารปอซโซลานเป็นสารตั้งต้นในการผลิตจีโอโพลิเมอร์ ศึกษาการชะละลายของซิลิกาและอะลูมินาในสารละลายด่างความเข้มข้นสูง ความทนทานต่อการกัดกร่อนของกรดและสารซัลเฟต นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิธีการผลิตจีโอโพลิเมอร์พรุน และจีโอโพลิเมอร์เบา เป็นต้น จากการที่มีผลงานวิจัยทางด้านนี้เผยแพร่ในวารสารวิชาการนานาชาติที่มี Impact Factor มีการอ้างอิงสูง ทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ ระดับ 11 สาขาวิศวกรรมโยธาในปี พ.ศ. 2551 เป็นคนแรกของประเทศในสาขานี้ ได้เป็นเมธีวิจัยอาวุโส สกว ในปี พ.ศ. 2554 ศาสตราภิชาน บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด พ.ศ. 2555 และภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสถาน สำนักวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2556”
 
          ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ เผยต่อว่า “สำหรับงานวิจัยในอนาคต จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของวัสดุซีเมนต์และคอนกรีตให้มีความแข็งแรงและทนทาน เพื่อยืดอายุการใช้งาน ศึกษาวัสดุซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ศึกษาปูนซีเมนต์ชนิดอื่น เช่น จีโอโพลิเมอร์ แมกนีเซียมซีเมนต์ เบไลต์ซีเมนต์ ศึกษาผลิตภัณฑ์ซีเมนต์และคอนกรีตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุของเสียต่างๆ การนำกลับมาใช้ คอนกรีตมวลเบา คอนกรีตพรุน และศึกษาการใช้วัสดุที่มีอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนเมตร (วัสดุนาโน) มาเป็นวัสดุผสมเพิ่ม เช่น นาโนซิลิกา นาโนอะลูมินา ไททาเนียมไดออกไซด์ และเส้นใยนาโนคาร์บอน ใช้เป็นวัสดุฉลาด (smart material)”
 
          “การเป็นนักวิจัยที่ดีนอกจากผลงานวิจัยซึ่งเป็นประโยชน์แล้ว นักวิจัยจะต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณ มีความซื่อสัตย์และคุณธรรม ประพฤติและปฏิบัติตัวให้เป็นเป็นแบบอย่างที่ดีอีกด้วย และคุณสมบัติที่สำคัญของนักวิจัยควบคู่กับการเป็นอาจารย์ จะต้องมีการแสวงหาความรู้ในแวดวงวิชาการให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำไปถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ได้รับข้อมูลความรู้ในระดับแนวหน้าของประเทศ โดยความรู้ทางวิศวกรรมได้มาจากตำราวิชาการ ประสบการณ์การทำงาน และการศึกษาวิจัยอันจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่หลากหลาย นอกจากด้านการศึกษา งานวิจัยยังถูกความคาดหวังว่าจะก่อให้เกิดคุณค่าเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ความสำเร็จของการวิจัย จึงต้องเกิดจากเครือข่ายความร่วมมือในกลุ่มวิจัยเดียวกัน และการวางแนวทางในการสร้างนักวิจัยใหม่มาต่อยอดองค์ความรู้ให้งานวิจัยขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา จนประสบความสำเร็จได้องค์ความรู้มาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดความร่วมมือของกลุ่มวิจัยต่างๆ กระจายเป็นเครือข่ายการวิจัยทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระบวนการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป ”ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ กล่าวในที่สุด
 
ข่าว : วรวิทย์ สิริภานุวัฒน์
ภาพ : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) / วรวิทย์ สิริภานุวัฒน์
 
worawit siripanuwat
worawit@kku.ac.th


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »