คณะแพทย์ฯ รณรงค์ "วันความดันโลหิตสูงโลก" ประจำปี 2560

“โรคความดันโลหิตสูง” พบในผู้ป่วยอายุน้อยลงเรื่อยๆ หากผู้ป่วยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การดำรงชีวิต พร้อมกับแพทย์ปรับการรักษาพูดคุย ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจก่อนพึ่งยา มีแนวโน้มยอดผู้ป่วยจะยิ่งสูงขึ้น
อ่าน 1,176 ครั้ง
19 พ.ค. 2560    Wadchara Noichompoo

          โรคความดันโลหิตสูง เป็นสาเหตุการตายและความพิการ ของประชาชนทั่วโลกและนับวันยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น   ซึ่งสมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลกได้กำหนดให้ วันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันความดันโลหิตสูงโลก" (World Hypertension Day) และปี 2560นี้ ได้กำหนดคำขวัญเพื่อการรณรงค์ ว่า " Know Your Numbers " ให้ประชาชนรู้ค่าความดันโลหิตของตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารสร้างกระแสให้ประชากรทั่วโลกเพิ่มความตระหนักต่อโรคความดันโลหิตสูง 

          คณะแพทยศาสตร์ โดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพ โรคดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ : PCT Hypertension ได้จัดงานนิทรรศการทางวิชาการ เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ครั้งที่ 4 ประจำปี 2560 ขึ้น โดยมี อ.พญ.แพรว  โคตรุฉิน  เป็นประธานจัดงาน และได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.อภิชาติ  จิระวุฒิพงศ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์  คณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม 2560 ณ บริเวณใต้ตึก 2 ก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          อ.พญ.แพรว  โคตรุฉิน  กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีว่า “วันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เพื่อให้ประชาชนได้เล็งเห็นความสำคัญและความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งนับวันมีแต่เพิ่มมากขึ้น และอายุคนที่เป็นเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ  สังคมปัจจุบันเป็นสังคมคนชราและคนอ้วน ทำให้เราพบว่าอุบัติการณ์ของโรคนี้มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึง 1 ใน 3 คนของโลก  เป็นภัยเงียบ ไม่มีอาการเตือน  ผู้ไม่เคยตรวจไม่มีทางรู้  พอป่วยอาจเป็นหนักถึงพิการหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ความดันโลหิตสูงเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกมากมาย  โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรความดันโลหิตสูงคือ ความเครียด การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ หรือความอ้วน  การจัดงานขึ้นในครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงให้กับประชาชนทั่วไป ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย  บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจได้ตระหนักรู้เพื่อให้รู้จักการป้องกันภัยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคขึ้น”

          รศ.นพ.อภิชาติ  จิระวุฒิพงศ์  “ส่วนใหญ่คนไข้โรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้ใหญ่ ที่มักเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง  ยาเป็นคำตอบสุดท้ายที่เราจะให้ต่อเมื่อเราเห็นคนที่มีความดันโลหิตสูงจากโรคอื่นๆ  ปัจจุบันแพทย์หลายท่านใช้ยาเป็นอันดับแรก  พอเห็นคนไข้ความดันโลหิตสูงก็จ่ายยาให้เลย ซึ่งเป็นพฤติกรรมการรักษาที่ไม่ถูกต้อง  เพราะการจะทำให้คนไข้ลดความดันโลหิตลงได้โดยไม่พึ่งยานั้นต้องอาศัยการพูดคุยให้ความเข้าใจ  ต้องใช้เวลานานมากในการเปลี่ยนพฤติกรรมคนที่เคยใช้ชีวิตมา 40-50 ปี จะให้เปลี่ยนแปลงทันทีนั้นยากมาก ต้องใช้ความอดทน  จากที่ได้มาเดินเยี่ยมชมนิทรรศการของงานบริการพยาบาล มีส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่ทำเรื่องคลินิกความดันโลหิตสูงวิกฤต ที่ให้ความรู้แนะนำผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงให้เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และการออกกำลังกายเพื่อให้ลดความดัน เกือบร้อยเปอร์เซนต์ เมื่อเวลาผ่านไป 4-5 เดือน ก็พบว่าคนไข้มีความดันโลหิตลดลงได้  เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า จะโทษคนไข้เรื่องไม่เปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ ต้องให้ความรู้ จนเขาตระหนักและปฏิบัติตาม  การรับฟังคนไข้ครั้งละ 3-5 นาที แล้วจ่ายยาเลยนั้นไม่ดีเลย แต่เนื่องจากอัตราคนไข้กับแพทย์มีอัตราส่วนสูงมาก ทำให้ไม่มีเวลาพูดคุยกับคนไข้สร้างความเข้าใจกันได้ ขอให้หมอใช้เวลากับคนไข้กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องให้มากขึ้น เชื่อว่าการใช้ยาจะลดน้อยลงมาก อย่าโทษคนไข้ฝ่ายเดียวว่าไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ในส่วนของแพทย์หากยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมเช่นเดียวกันก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการเกิดโรคได้เราต้องเปลี่ยนเราก่อนเพื่อให้ความรู้ไปเรื่อยๆ จนผู้ป่วยเปลี่ยนพฤติกรรม  ด้านภาคประชาชนนั้น หากเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย การลดอาหารเค็มจะช่วยให้ควบคุมความดันโลหิตสูงให้ได้ง่ายขึ้น  หากดูสื่อออนไลน์ในเรื่อง เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก จะเห็นภาพได้ชัดเจนจนอาจทำให้เกิดความกลัวการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบตันได้ แม้ตอนนี้ยังไม่ปวดศีรษะ แขนขายังไม่อ่อนแรงก็ตาม เป็นเรื่องที่ต้องฝากทั้งทางด้านแพทย์ผู้ให้การรักษาถึงพฤติกรรมในการตรวจรักษา และทางภาคประชาชนได้ตระหนักถึงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องที่ก่อให้เกิดโรค”

          การรณรงค์ในเรื่องโรคความดันโลหิตสูง “เพชฌฆาตเงียบ” ที่คณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพ โรคดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ : PCT Hypertension ได้จัดงานนิทรรศการทางวิชาการ เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ครั้งที่ 4 ประจำปี 2560 ขึ้นนั้น  นับเป็นการสื่อสารสร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัวในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต   โดยเริ่มต้นจากการรู้ค่าระดับความดันโลหิตของตนเอง และการปฏิบัติตนเพื่อดูแลรักษาระดับความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอลและน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ดี เช่นการชอบนิ่งๆ ไม่มีกิจกรรมทางกาย ชอบรับประทานอาหารมัน อาหารทอด อาหารรสเค็มจัดหวานจัด สูบบุหรี่และดื่มสุรา ให้ทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

ข่าว/ภาพ   :   วัชรา  น้อยชมภู

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »