อาจารย์นักปั่น มข.สานต่องานพ่อหลวง ร.9 ช่วยชาวเขามีพื้นที่ทำกินยั่งยืน

อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปั่นจักรยานกว่า 780 กิโลเมตร ช่วยพื้นที่ทำกินแก่ชาวเขา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สืบสานพระราชปณิธานและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
อ่าน 1,427 ครั้ง
13 ก.ค. 2560    Jiraporn Pratomchai

           จากความตั้งใจแรกเพื่อเดินทางท่องเที่ยว จากจังหวัดหนองคายสู่พื้นที่ตำบลแม่สองเส้นทางต่อจากอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก กลับพบสภาพปัญหาในการดำรงชีวิตของชุมชนชาวเขา อาทิ  ขาดปัจจัยสี่  รายได้ต่ำเฉลี่ยไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทต่อปี บุตรหลานมีโอกาสได้เรียนในระดับชั้นมัธยมน้อยมาก  ชาวบ้านได้เอ่ยปากกล่าวว่า “อาจารย์ต้องมาช่วยพวกผมพัฒนานะ อาจารย์อย่าทิ้งพวกผมนะ พวกผมรออาจารยอยู่”  เป็นประโยคสะเทือนใจแก่ ผศ.มานิตย์ ผิวขาว จากนั้นมาอาจารย์นักปั่นจึงยึดอุดมการณ์จิตอาสาเพื่อสานต่อดำริงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้พื้นที่นี้จะระยะทางห่างไกลกว่า 780 กิโลเมตร ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาตามรอยเท้าพ่อ
            โดยคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย และประชาชนทั่วไป ร่วมกันจัดกิจกรรม ทำดีตามรอยพ่อหลวงเพื่อพัฒนาชาวเขาแม่สอง จำนวน 5 ครั้ง ติดต่อกันทุกเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2560 ภายใน 3 หมู่บ้าน ได้แก่  บ้านวะโดโกร  บ้านพญาไม้ทองบ้านสเรเดคี ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่   มอบคอมพิวเตอร์ สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา  เสื้อผ้า และเงินบริจาค จัดทำแปลงสาธิตการทำเกษตรวางระบบน้ำสปริงเกอร์ และนำพืชผักไปมอบให้ชาวเขารวม 16 แปลง นอกจากนี้ยังร่วมปลูกไม้ดอกไม้ประดับถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ศูนย์การเรียนชุมชนบนพื้นที่สูงเชกลาสู่การพัฒนาพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน
             ผศ.มานิตย์ ผิวขาว กล่าวว่า การดำเนินงานจิตอาสาเพื่อชาวเขานี้เป็นการสืบสานพระราชปณิธานแห่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และพระองค์ทรงเน้นย้ำว่า  ขาดทุน คือ กำไร เสียสละ เป็นดั่งขาดทุนก็จริงแต่ประโยชน์กลับตกแก่ผู้อื่นและสังคมนั่นจึงถือเป็นกำไร  พระองค์ท่านทรงตรัสว่า ให้สอนวิธีหาปลาให้เขา ไม่ใช่เอาปลาไปให้เขากินเพียงอย่างเดียว การทำกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การนำสิ่งของไปให้ แต่ต้องทำให้ชาวเขามีความรู้ มีรายได้เพียงพอแก่การดำรงชีพ บุตรหลานได้เรียนหนังสือ มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
           “เราได้ให้ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างแปลงเกษตรผสมผสาน มีการปลูกพืชผักที่หลากหลาย ให้เกื้อกูลกันระหว่างพืชและสัตว์ อันจะช่วยลดต้นทุนในการผลิต   ลดความเสี่ยง และเพิ่มรายได้ในอนาคต เช่น ปลูกหญ้าเนเปียร์มาเลี้ยงวัว เอามูลวัวไปให้ปุ๋ยพืชและปลา  เน้นเกษตรอินทรีย์ชีวภาพที่ปลอดภัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการเผาป่าหรือทำไร่เลื่อนลอย มีการนำน้ำตามร่องเขามาใช้ด้วยการทำทำนบกั้นน้ำส่งน้ำผ่านระบบท่อพีวีซีด้วยระบบสปริงเกอร์มารดพืชผัก  พัฒนาการเกษตรควบคู่กับด้านการศึกษา สาธารณสุข สังคม ศาสนา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อย่างบูรณาการ เน้นพึ่งตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการร่วมกัน รวมกลุ่ม แล้วค่อยๆต่อยอดสู่ด้านอื่น พื้นที่อื่น โดยคาดหวังว่า จะนำการพัฒนาชุมชนชาวเขาเปลี่ยนแปลงไปสู่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้สำเร็จ” อาจารย์หนุ่มกล่าว
            นายสุทธิพันธ์ เกียรติก้องไพร ผู้ใหญ่บ้านพญาไม้ทอง ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จ.ตาก  กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งมากที่คณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ในหมู่บ้านของเราซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล โดยไม่เพียงแต่บริจาคสิ่งของ และมอบอุปกรณ์การศึกษา แต่ยังให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงตามปรัชญาของพ่อหลวง สร้างให้มีพื้นที่ทำกินอย่างต่อเนื่อง พอเพียงและยั่งยืน ขอขอบคุณมาก ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนแต่เราขอสัญญาว่าจะสืบทอดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ลูกหลานชาวเขาซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  และตั้งใจเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืนสืบไป

            โดยกิจกรรมครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เพื่อจัดหาเงินทุน สิ่งของบริจาคไปช่วยเหลือและพัฒนาชาวเขา พร้อมร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวบนดอย  ครั้งที่ 7 จะจัดวิ่งและปั่นจักรยานจากจังหวัดหนองคายสู่เซคะปู่ ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 ธันวาคม ครั้งถัดไปจะจัดตามความพร้อม ขยายผลสู่พื้นที่ห่างไกลอื่นๆต่อไป

             ผู้สนใจสามารถติดต่อบริจาคสมทบทุนหรือสิ่งของได้ที่ โทร 08-0198-5807 (ผศ.มานิตย์ ผิวขาว) 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »