งานวันเกษตรภาคอีสานสืบสานปณิธานของพ่อกับโครงการแก้จนฯ มข.

งานวันเกษตรภาคอีสานสืบสานปณิธานของพ่อกับโครงการแก้จนฯ มข.สู่ความพอเพียงพิสูจน์ “บทบาท มข. แห่งการอุทิศเพื่อสังคม”
อ่าน 165 ครั้ง
13 ก.พ. 2561    Anuwat Srisawat

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดย สถาบันยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ 4 จังหวัด(ร้อยเอ็ด - ขอนแก่น - มหาสารคาม - กาฬสินธุ์) 15 อำเภอ 22 ตำบล 63 หมู่บ้าน  มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 1,823 ครัวเรือน โดยใช้องค์ความรู้และการวิจัยจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวน 87 คน

     “งานวันเกษตรภาคอีสานสืบสานปณิธานของพ่อ” ครั้งที่ 28 มีเกษตรกรในโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เข้าร่วมกิจกรรมและนำผลผลิตทางการเกษตรที่ทางโครงการแก้จนฯ ได้ไปส่งเสริมมาร่วมจำหน่ายในงานตลอดระยะเวลา 10 วัน โดยมีเกษตรกรร่วมออกร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรงาน หัตกรรมฝีมือ จักสาน และแปรรูปสินค้าทางการเกษตร และอาหารที่ได้จากผลผลิตทางการเกษตร พืช สัตว์ รวม 17 ตำบล ผู้จำหน่ายสินค้า 21 ราย เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา และผู้เข้าชมบูททั้งสิ้น 537 ราย  มียอดจำหน่ายสินค้ารวม 10 วัน ประมาณ 245,312 บาท โดยมียอดจำหน่ายสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ตำบลโคกสง่า 51,310 บาท (ส่วนมากเป็นรายได้จากการจำหน่ายข้าวหลาม) การขายผักระบบปลอดภัยจากพื้นที่ตำบลทุ่งโป่ง ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์  ตำบลโคกสำราญ อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น  ร่วมกิจกรรมจำหน่ายสินค้ารวม 8 วัน ตำบลทุ่งโป่ง 49,490 บาท ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ 25,650 บาท โดยตำบลทุ่งโป่งและตำบลเขื่อนอุบลรัตน์มีรายได้หลักมาจากการจำหน่ายข้าวโพดราชินีทับทิมสยาม ซึ่งในปี 2561 คาดว่าเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดราชินีทับทิมสยามมีรายได้รวมจากการจำหน่ายข้าวโพด กว่า 100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากตำบลสายนาวัง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ตำบลนาชุมแสง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น  การสาธิตกล้วยฉาบจากพื้นที่ตำบลนาคำ อำเภออุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

     หลังงานวันเกษตรภาคอีสานปี 2561 สิ้นสุดลง อาจารย์วีระ ภาคอุทัย ได้เดินทางไปติดตามสำรวจ แปลงและสัมภาษณ์ความรู้สึกเกษตรกรหลังจากมีรายได้ (ตีเหล็กตอนร้อน) ว่ามีการวางแผนนำรายได้ไปทำอะไรบ้าง เกษตรกร 2 รายแรก ได้นำเงินไปชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน และหนี้สินอื่นที่ได้กู้ยืมมา ส่วนอีก 2 ราย ได้นำเงินไปเป็นทุนหมุนเวียนในการวางแผนปลูกผักในรอบถัดไป และดีใจที่โครงการ ได้ให้ความช่วยเหลือและให้โอกาสในด้านการหาตลาดจำหน่ายให้ ทำให้ได้รู้จักคนมากขึ้น รู้ความต้องการของตลาดสามารถนำไปวางแผนการปลูก รวมไปถึงการที่ได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ มีเพื่อนใหม่ ประสบการณ์ใหม่ โดยเฉพาะความรู้จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โครงการแก้จนฯ ที่ไปช่วยเหลือ ด้านความรู้ สร้างโอกาสในด้านการตลาด การจำหน่ายสินค้า และช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอยากให้โครงการนี้อยู่กับ
ชาวบ้านไปอีกนาน ๆ ท้ายสุด อาจารย์วีระ ภาคอุทัย ได้ชี้แจงที่มาโครงการว่า “การที่สถาบันยุทธศาสตร์ฯ ได้จัดตั้งโครงการแก้จนฯนี้ขึ้นมาเนื่องโอกาสครบรอบ 50 ปี ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยตั้ง ปณิธานที่ว่า 50 ปีแห่งการอุทิศเพื่อสังคม นั้นสามารถตอบโจทย์ของสังคมได้จริง เพราะโครงการแก้จนฯ ของเรา สร้างโอกาสให้คนที่อยากทำ และมีกระบวนการทำงานที่แตกต่างจากหน่วยงานอื่นไม่ใช่แค่มาให้ความรู้เท่านั้นยังมีการลงพื้นที่จริง ติดตาม ช่วยคิด พาทำ พาขาย วางแผนการใช้เงินอย่างระมัดระวัง การออม” ถือได้ว่าการสร้างความพอเพียงพื้นฐานระดับครัวเรือนและชุมชนในการสร้างภูมิคุ้มกัน พอประมาณ มีเหตุผลบนพื้นฐานของการใช้ความรู้และรู้จักแบ่งปันเพื่อนบ้าน ทำบุญ  ถือเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ที่ที่จะทำให้ ครัวเรือน ชุมชน สังคม  “อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน”.....

 

เกษตรกรรุ่นใหม่ สร้างงานวิจัยบนท้องนา  “ จากประสบการณ์จากท้องทุ่ง สู่ งานวิจัยเชิงประยุกต์"

     นางสุวิมล จันทร์เพ็ง YSF (Young Smart Farmer) โครงการแก้จนฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่นปลูกข้าวโพดหวานแดงสายพันธุ์ราชินีทับทิมสยาม (Siam Ruby Queen)  

     การปลูกข้าวโพดหวานแดงในปี 2561 เกษตรกรได้ทำการทดลองการตัดดอกข้าวโพดออกก่อนเก็บฝักช่วงที่ 2 เพื่อลดอาหารไปเลี้ยงในส่วนที่ไม่จำเป็น และได้ตั้งสมมติฐานว่าฝักข้าวโพดน่าจะได้ฝักที่มีขนาดใหญ่ เมล็ดเต็มแน่น น้ำหนักดี จึงได้ทำการทดลอง 3 รูปแบบคือ แบบที่ 1. ตัดลำต้นทิ้งเหนือฝัก ประมาณ 15 เซนติเมตร แบบที่ 2. ตัดดอกบริเวณปลายสุดเหนือใบเลี้ยงใบสุดท้าย แบบที่ 3. ไม่ตัดดอกเลย  นอกจากนี้ยังมีการลดปริมาณการให้น้ำลง จากให้น้ำทุกวันเริ่มลดปริมาณการให้น้ำลงโดยสมมติฐาน ว่าจะ เพิ่มความเข้มข้นสีของเมล็ดมากขึ้น ซึ่งนางสุวิมล  จันทร์เพ็ง YSF  (Young Smart Farmer) ได้ตั้งข้อสงสัย และจึงได้ทำการทดลองขึ้นในปีนี้เป็นปีแรก จากประสบการณ์ที่เคยปลูกข้าวโพดราชินีทับทิมสยามครั้งแรกในปี 2560 ที่ผ่านมาโดยท่านอาจารย์วีระ ภาคอุทัย ที่ปรึกษาสถาบันยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนำเอาเมล็ดพันธุ์มาให้เกษตรกรในโครงการแก้จนฯ ได้ทดลองปลูก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยปลูกที่ไหนมาก่อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
”รวยข้ามคืน” หายจนใน 10 วัน ทำให้เกษตรเริ่มตื่นตัวกับข้าวโพดสายพันธุ์ใหม่  แต่ด้วยประสบการณ์การปลูกข้าวโพดของนางสุวิมล จันทร์เพ็งที่ยังใหม่ จึงไม่ค่อยประสบผลสำเร็จมากนัก เนื่องจากได้ผลผลิตไม่เต็มที่ ต้นข้าวโพดไม่อุดมสมบูรณ์ เนื่องการให้น้ำไม่สม่ำเสมอ ทำให้ฝักข้าวโพดมีน้ำหนักน้อย และเมล็ดไม่เต็ม จึงได้มีการวางแผนการปลูกใหม่ โดยได้เปลี่ยนพื้นที่เดิม มาปลูกบริเวณที่ดินมีความร่วนซุย ปรับสภาพพื้นที่ให้ราบเรียบเพื่อให้ระดับน้ำสม่ำเสมอและขึ้นแปลงปลูกข้าวโพด โดยเพาะข้าวโพดในถาดหลุม 104 หลุมทำให้ข้าวโพดทุกต้นที่ปลูกงอกทั้งหมด การให้น้ำ และปุ๋ยเคมี สม่ำเสมอส่งผลต่อการเจริญเติบโตของราก และพื้นที่ปลูกในปีนี้อยู่ติดลำห้วยมีน้ำตลอดทั้งปี ทั้งนี้ได้มีเตรียมแปลงไว้สำหรับปลูกหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าว  โดยได้ไถกลบตอซังข้าว ทำให้ได้ปุ๋ยเพิ่มขึ้นจากซังข้าวและปุ๋ยคอกในนาเพิ่มขึ้นเป็น 2 ต่อ อีกด้วย ผลจากการทดลองทั้ง 3 แบบได้ผลการทดสอบได้เก็บฝักข้าวโพดแต่ละการทดสอบแบบละ 3 ฝัก ดังนี้ แบบที่ 1 ผลการตัดยอดต้นข้าวโพดระดับ ปลายฝัก  แบบที่ 2 ผลการตัดดอกข้าวโพดปลายสุดตัดดอก  แบบที่ 3 ผลไม่ตัดดอกเลย   

 

 


ข่าว : นางสาวเมธตา  นาศรี 
ภาพ : นางสาวพิชชา กนกไทย, นางสาววาสนา ยิ่งกำแหง, นางสาววิลาวัณย์ แก้วสิงห์
ที่ปรึกษา:  อาจารย์วีระ ภาคอุทัย 

 

 

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »