COLA ต้อนรับ ม.นเรศวร ถ่ายทอด"ขอนแก่นโมเดลพัฒนาเมืองด้วยพลังคนเมือง"

ผู้บริหาร COLA KKU เปิดบ้านต้อนรับ ม.นเรศวร ถ่ายทอดเรื่องราว "ขอนแก่นโมเดล พัฒนาเมืองด้วยพลังคนเมือง"
อ่าน 448 ครั้ง
23 เม.ย. 2561    Jitludda Santa

            วันที่ 20 เมษายน 2561 เวลา 14.00 น. วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น (COLA  KKU) นำโดย อาจารย์สุรเดช  ทวีเเสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) และเป็น 1 ใน 20 นักธุรกิจขอนแก่นที่ร่วมกันรวมตัวกันเพื่อพัฒนาเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.ดร.รวี  หาญเผชิญ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ให้การต้อนรับพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิสัยทัศน์เรื่อง "การดำเนินงานของบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด และโครงการ Khon Kaen Smart City"  กับคณาจารย์และนิสิตจากคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.จรัสดาว คงเมือง  ดร.นัฐพล มหาวิค  ดร.ภาณุ บูรณจารุกร และดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ อาจารย์ประจำของคณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยนิสิตปริญญาตรี สาขาวิชาภูมิศาสตร์ อีกจำนวน 37 คน  

           อาจารย์สุรเดช  ทวีเเสงสกุลไทย ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนขอนแก่นโมเดลมาเกือบ 10 ปี เล่าถึงที่มาที่ไป ของ   "บริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด และโครงการ Khon Kaen Smart City” ว่า ในฐานะนักธุรกิจคิดว่าการพัฒนาจังหวัดนั้น หากรองบประมาณจากส่วนกลาง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว 25 ปีผ่านมา เราต้องหาวิธีการใหม่ เราเลยมานั่งตกผลึกความคิด เพื่อจะให้เกิดการพัฒนาเมืองด้วยตัวเอง คำถามสำคัญคือ ทำไมต้องเป็นขนส่งมวลชน ง่ายๆ ก็คือ ผลกระทบของการทำระบบรางในแง่การลงทุน มันได้ประโยชน์หลายมิติที่สุด เช่น หนึ่งถ้าคุณไปสร้างห้างสรรพสินค้าหนึ่งแห่ง แล้วคุณบอกว่าเป็นการพัฒนาเมือง คุณแค่ได้ด้านเศรษฐกิจค้าขาย แต่ถ้าคุณสร้างระบบขนส่งมวลชน ระบบรางให้เกิดขึ้นในเมืองได้ สิ่งที่จะได้คือ ‘economic multiply’ ที่หมายความว่าค่าทวีคูณด้านเศรษฐกิจ ซึ่งระบบรางสามารถทำได้ถึง 4 เท่า ในเมืองพอร์ตแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค่าทวีคูณด้านเศรษฐกิจมีถึง 42 เท่า หมายความว่า ลงทุน 1 บาท จะได้กลับมา 42 บาท ส่วนผลกระทบข้อสองคือ การสร้างระบบรางมันเป็นการแก้ปัญหาไปในตัวด้วย อย่างปัญหารถติด ถ้ามีระบบขนส่งมวลชนที่ดีเกิดขึ้น ก็สามารถช่วยได้อยู่แล้ว ส่วนผลกระทบข้อที่สาม ในแง่โครงสร้างของเมือง ก็จะถูกปรับทำให้การใช้รถยนต์น้อยลง ผู้ใช้บริการขนส่งมวลชนก็จะเยอะขึ้น ซึ่งถ้าเทียบจริงๆ คนที่ใช้ขนส่งมวลชนที่ขอนแก่นน่าจะสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย รองลงมาจากกรุงเทพ นี่คือสิ่งที่เรามอง เราไม่ทำอะไรที่เหมือนโยนก้อนหินลงในแม่น้ำ แล้วไม่เกิดแรงกระเพื่อม ระบบราง ระบบขนส่งมวลชนที่ดี เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมที่ดีที่สุด

             โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาการจราจรของเมืองขอนแก่นเท่านั้น แต่เป็นตัวแบบในการพัฒนาคน พัฒนาการศึกษา พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาสังคมวัฒนธรรมไปพร้อม ๆ กันอย่างเป็นองค์รวม การทำโครงการที่เน้น function- based เป็นการมองแบบองค์รวมและ มีลักษณะเป็น Area-Based ถ่ายทอดแนวคิด ประสบการณ์ พร้อมเสนอความท้าทายที่ต้องเอาชนะ ในการวางระบบรางตามขอนแก่นโมเดล เรามีการศึกษา โดยระบบรางที่จะเกิดขึ้นมีอยู่ทั้งหมด 5 สาย โดยเรียงตามสายเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสายกลางเมือง ตอนนี้เมืองโตแบบเริ่มขยายออกมาข้างนอก เราต้องจำกัดการเจริญเติบโตของเมืองให้อยู่ในขอบเขตเพื่อสร้างความกระชับ คือ เราต้องสร้าง ‘Compact City’ หรือ ‘เมืองกระชับ’ เราจะสร้างสายเหนือ-ใต้ก่อน เพราะจะทำให้เกิดเมืองกระชับ นั่นคือสามารถป้องกันการเจริญเติบโตแบบไร้ทิศทาง ส่วนสายตะวันออก-ตะวันตก จะเป็นสายฟื้นฟูเมือง พวกย่านเมืองเก่า ห้องแถวต่างๆ ที่เป็นของขอนแก่นซึ่งถูกปิดอยู่ จึงเป็นการนำเอาสินทรัพย์ของเมืองที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาเมือง จึงเข้ากับแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่พยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

            ทำไมขอนแก่น/ท้องถิ่นถึงลุกขึ้นมาทำเอง ถ้าดำเนินตามกระบวนการของภาครัฐปกติ ซึ่งอย่างที่รู้กันหน่วยงานของภาครัฐที่ดูแลในแต่ละเรื่องนี้มีเยอะมาก กว่าจะเดินเรื่องไปแต่ละขั้นตอนใช้เวลายาวนาน ชาวขอนแก่นจึงบอกว่า ถ้าเราไปรอแบบนี้ ตายแน่นอน พวกเราเลยว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า เราตั้ง ‘หน่วยงาน’ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งนั่นก็คือ บริษัทของเทศบาลในจังหวัดขอนแก่น – ‘บริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด’ นั่นเอง คล้ายๆ กับ ‘บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด’ ของกรุงเทพมหานคร หากรู้เรื่องระบบราชการหน่อย ก็คือว่า ถ้าเป็นการให้เงินระหว่างรัฐต่อรัฐนี่สามารถทำได้เลย ดังนั้น ก็ให้รัฐมอบเงินแก่บริษัทลูกหรือบริษัทเทศบาลนั่นแหละ และจากนั้นบริษัทเทศบาลก็สามารถนำเงินไปว่าจ้างเอกชนให้ทำโครงการต่างๆ ได้ ซึ่งการว่าจ้าง ก็ไม่ต้องไปติดกระบวนการที่นานถึง 7 ปี  เพราะว่าบริษัทเทศบาลไม่อยู่ในเงื่อนไขของราชการ เลยมีความคล่องตัวสูง ทำให้พอมีเงินพร้อม อะไรพร้อม ก็สามารถดำเนินการได้เลย นี่คือวิธีที่ขอนแก่นทำอยู่

            วิธีคิดของการพัฒนาเมืองแบบขอนแก่นคือ ‘คิดครบ’ เมืองมันไม่ใหญ่มาก มันเลยคิดครบได้ วันนี้เรามีการให้การศึกษา และเมื่อมีระบบราง ทุกคนก็จะเปลี่ยนโหมดจากโหมดธรรมดา ก็ค่อยๆ ทยอยมาสู่ระบบใหม่ เมื่อพูดถึงเรื่องการให้การศึกษา เราสอนเด็กรุ่นหลังทั้งเมือง ว่ารถรางคืออะไร พลังงานสะอาดคืออะไร การรักษาสิ่งแวดล้อมคืออะไร และพวกเขาจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง ตอนนี้ขอนแก่นโมเดลได้กลายเป็นสิ่งที่สื่อถึง ‘ความสามัคคี’ ไป ๆ มา ๆ แต่ละที่ก็บอกว่า เวลาจะทำอะไร ก็ให้ทำตาม ขอนแก่นโมเดล เอาจริงๆ ที่เราทำเรื่องความสามัคคี นี่ก็คือสามัญสำนึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรมีมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่

            "เราต้องมีความหวัง ต้องมีฝัน ประเทศไทยต้องมีฝัน เด็กรุ่นใหม่ต้องมีความหวังความฝันอยู่ตลอด ที่ขอนแก่นเป็นอย่างนี้ เพราะเรามีความฝันและคาดหวังไปถึงอนาคตของลูกหลานไทย ‘การพัฒนาเมือง’ จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะทำให้อนาคตของประเทศไทยสดใสกว่าเดิม หลายคนไม่อยากจะเชื่อว่าฝันของชาวขอนแก่นวันนี้เริ่มจะเป็นความจริงได้ แต่ถ้าเราเดินได้เร็วกว่านี้ ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่านี้ เราคิดว่าจะไปถึงฝันได้เร็วขึ้น"   อาจารย์สุรเดช กล่าวย้ำในตอนท้าย

ภาพ/ข่าว  จิตรลัดดา   แสนตา


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »