นศ.มข.บริดจ์ทีมชาติ ผงาด...ขึ้นแท่นเป็นแชมป์เอเชีย โค่นจีนแชมป์ 5 สมัย

4 นศ. เดินตามฝัน...เป็นนักกีฬาบริดจ์ ทีมชาติไทย เอาชนะเหนือทีมจีนตัวเต็ง แชมป์ห้าสมัย คว้าเหรียญทองพร้อมถ้วยรางวัลมาฝากชาวไทย พร้อมก้าวสู่แมทช์หน้าที่เมืองจีน หวังสร้างชื่อให้มข. และประเทศไทย
อ่าน 14,824 ครั้ง
30 เม.ย. 2561    Wadchara Noichompoo

นักศึกษาชมรมบริดจ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จำนวน 6 คน เข้าแข่งขันคัดตัวเป็นตัวแทนทีมชาติไทย กีฬาบริดจ์ โดยมีนักศึกษา 4 คนได้รับการคัดตัวเข้าเป็นนักกีฬาทีมชาติ ประเภททีมเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 26 ปี เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย 4 คนในทีม 6 คน  และได้เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันรายการ 22nd APBF Open Youth Championships 2018   ระหว่างวันที่ 14-20 เมษายน 2561  ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย   

          ประเทศไทยส่งนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 2 ประเภท คือ ประเภททีมเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 26 ปี และประเภททีมเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี  ประเภททีมเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 26 ปี สมาชิก 4 คนในทีม 6 คน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นประกอบด้วย นางสาววิรียา แสงภักดิ์  573040692-4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 นางสาวปรีชญา วรศิริ 573050613-0 คณะศึกษาศาสตร์ นางสาวฐาปนี ไชยสิงห์ 573080083-5 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นางสาวภคนันท์ ธัญจิรานุกูล 583080152-3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมี นางสาวศมนวรรณ ลำเจียก และ นางสาวภูริยา กัณทนเวทย์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล บางมด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ฝึกสอน คือ นางสาวนิจจารีย์ สัตยารักษ์  และนายพบสิทธิ์ กมลเวชช  เป็นผู้จัดการทีม 

          การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 รอบ คือ รอบคัดเลือก แบ่งออกเป็น 2 รอบย่อย แบบพบกันหมด ในราวด์แรกคะแนนของทีมดีมาก แต่พอเข้าราวด์ที่สอง คู่ต่อสู้ก็หาวิธีมาแก้เกมส์ได้ดีขึ้น ทำให้เข้ารอบตัดเชือกเป็นลำดับที่ 2  ปกติต้องแข่ง 3 ราวด์ พบกับทีมอินโดนีเซีย แต่ทีมอินโดนีเซียตัดสินใจแพ้บายในราวด์สุดท้ายของตาราง ทำให้ทีมชาติไทยได้เข้ารอบชิงอย่างไม่กดดัน  รอบตัดเชือก  ทีมไทยได้พบกับทีมจีน ซึ่งเป็นตัวเต็ง  และครองแชมป์อันดับหนึ่งของรายการมาเป็นเวลากว่าห้าปี แถมทีมจีนมีคะแนนเก็บรอบคัดเลือกอีก 6.5คะแนนอีกด้วย   เมื่อลงแข่งขันจริงในราวด์แรกไทยมีคะแนนนำ 25 คะแนน ราวด์สองทีมไทยมีคะแนนตาม 7 คะแนน แต่ในราวด์สุดท้ายทีมชาติไทยก็สามารถพลิกเกมส์กลับมามีคะแนนนำเอาชนะได้ 13 คะแนน ผลสรุปคะแนนทีมไทยทำได้เป็น 115:90.5 ทำให้ทีมเยาวชนหญิงทีมชาติไทย  คว้าแชมป์บริดจ์ ระดับเอเชีย จากรายการแข่งขัน Asia pacific Bridge federation (APBF) มาครองได้สำเร็จในรอบ 25 ปี

          มิ้นวิรียา  แสงภักดิ์  กล่าวว่า “เริ่มเล่นบริดจ์ตั้งแต่เรียนปี 1 จึงเลือกกีฬาเพื่อสังกัดและทำการแข่งขันกีฬาน้องใหม่ ในใจคิดว่าต้องเลือกกีฬาที่ไม่เหนื่อย พวก ครอสเวิร์ด หมากกระดาน และบริดจ์แต่ไม่รู้จักว่าบริดจ์คืออะไร เพื่อนบอกว่าใช้ไพ่เล่น แล้วรุ่นพี่บอกว่าไม่ซ้อมเช้า ซ้อมในห้องแอร์ มีขนมให้กิน กำลังต้องการแบบนี้พอดี เลยกลายเป็นว่าได้เริ่มเล่นบริดจ์ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา  ที่เลือกเป็นนักกีฬาเพราะชอบเอาชนะคนอื่นมาก แข่งบริดจ์แพ้หลายรอบ  แต่เมื่อได้ไปแข่งบริดจ์ในกีฬาอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยเป็นแรงบันดาลใจให้เล่นต่อไป ขอชนะสักครั้งก็ยังดี..”

          ภูมิใจที่ได้เป็นทีมชาติ ตื่นเต้นมาก เกิดความกดดันมาก แต่ด้วยความที่ทีมเมทเก่ง เราทุกคนในทีมรวมทั้งโค้ช และเด็ก ๆ เยาวชนต่างก็ให้กำลังใจกัน ทำให้พวกเราสามารถสู้ต่อไปจนได้รับเหรียญทอง อยากให้มหาวิทยาลัยสนับสนุนในด้านกีฬาให้มากขึ้น เชื่อว่านักกีฬาของมหาวิทยาลัยหลายคนมีความสามารถ และต้องการโอกาสในการปรากฏตัว ชมรมบริดจ์ก็ยังไม่มีห้องชมรมด้วยค่ะ  สำหรับผู้ที่อยากเล่นบริดจ์  เราสามารถสอนการเล่นเบื้องต้นให้กับทุกคน  ติดต่อกับทางชมรมบริดจ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ฝากถึงน้อง ๆ หากอยากแสดงฝีมือทางชมรมกำลังรับสมัครนักกีฬาเพื่อไปแข่งขันบริดจ์อุดม ทางชมรมจะพาพวกคุณไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้รับในมข.เองค่ะ มาเล่นบริดจ์กันเยอะๆนะคะ” “มิ้น” ทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มที่สดใส

          มีนปรีชญา วรศิริ  กล่าวว่า  “เริ่มเล่นกีฬาบริดจ์ตอนที่เข้าเรียนปี 1 ด้วยการแนะนำของรุ่นพี่ในการแข่งกีฬาเฟรชชี่ ว่าเป็นกีฬาที่เกี่ยวกับไพ่ นั่งแข่งในร่มมีขนมให้กินระหว่างแข่ง ที่สำคัญคือไม่มีซ้อมเช้า หลังจากนั้นก็เล่นมาเรื่อยๆ จนหลังกีฬาระหว่างคณะตอนปี 1 รายการที่ได้แข่งคือบริดจ์อุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากนั้นก็ได้คัดตัวเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ตอนปิดเทอมตอน ปี 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบริดจ์อุดมศึกษา ได้มีพี่ๆ จากสมาคมบริดจ์มาช่วยจัดงานด้วย และพาไปคัดตัวนักกีฬาเยาวชน และพาไปในการคัดตัว  จนได้เป็นตัวแทนไปแข่งในรายการ 22nd APBF open youth championship 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย  และคว้าแชมป์มาได้ ตอนที่ได้แชมป์มีความรู้สึกว่า...เรามาถึงจุดนี้ได้ไง จากที่เล่นสนุกๆ”  

          “อยากไปร่วมการแข่งขันในรายการต่าง ๆ ภายใต้ชื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น  เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากีฬาบริดจ์ให้ก้าวหน้า และส่งต่อเทคนิคการเล่นบริดจ์ให้กับรุ่นน้องต่อไป  การที่ผู้ใหญ่สนับสนุนจะทำให้เรามีกำลังใจฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขันต่อ และอยากได้รับการสนับสนุนค่าอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไพ่ และบอร์ดที่ชำรุดจากการซ้อมหนัก  และจะทำให้มีไม่พอในการแข่งขันกีฬาเฟรชชี่”          

          มีน กล่าวในท้ายที่สุดว่า  “ขอขอบคุณทุกโอกาสและการสอนจากพี่ ๆ ทุกคนที่มอบให้ทั้งที่มหาลัยขอนแก่น พี่ที่สมาคมบริดจ์ และขาดไม่ได้เลยต้องขอบคุณพาร์ทเนอร์ “มิ้น วิรียา” ที่เล่นด้วยจนถึงจุดนี้ และขอบคุณทีมเมททุกคนที่ช่วยกันจนคว้าแชมป์มาได้”

          นุก ภคนันท์ ธัญจิรานุกูล  กล่าวสั้นๆ ว่า  “ตอนที่ได้แชมป์ก็รู้สึกดีมาก ๆ เลยค่ะเพราะเสียเวลาและสิ่งต่าง ๆ ไปกับบริดจ์เยอะมาก เพราะบริดจ์เป็นเวลาที่ต้องใช้ความเข้าใจและการวางแผนในการเล่นเลยทำให้ต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมและเรียนรู้มากพอสมควร การเล่นบริดจ์มาสามปี ถึงแม้จะซ้อมเยอะเท่าไหร่ก็ยังสามารถทำผิดพลาดได้เสมอ การติดทีมชาติก็เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรค่ะ เพราะต้องไปคัดตัวเป็นเวลาเกือบปีถึงติด...!!! ต้องใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวไปเยอะพอสมควร  ซึ่งตอนนี้ก็มีความหวังว่า  การที่เราได้แชมป์เอเชีย เป็นการสร้างชื่อเสียง และนำเหรียญทองกลับประเทศไทยในครั้งนี้  จะเป็นโอกาสที่ผู้ใหญ่อาจจะมองเห็นความสำคัญ และช่วยสนับสนุนให้นักศึกษาหันมาเล่นกีฬาบริดจ์มากกว่าเดิมค่ะ”

          เอี่ยว  ฐาปนี ไชยสิงห์  เล่าถึงเส้นทางการเล่นบริดจ์ว่า  “เริ่มต้นจากการเล่นในมหาวิทยาลัยจากการเป็นตัวแทนของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กลายมาเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยเพื่อที่จะไปแข่งกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่น เป็นโอกาสที่ได้รับจากพี่ปิงปอง EN นฤเบศ หล่อวณิชไพศาล และพี่อั๋น EN อนุรุทร ท่าทราย  จากนั้นได้รับโอกาสจากรุ่นพี่ พี่โอดAG สมชาย รุ่งสถิต และ พี่อาที อติชาต สารรัตน์ ให้เป็นนักกีฬาจังหวัดเพื่อแข่งขันกับนักกีฬารุ่นใหญ่ที่มาจากจังหวัดอื่นๆ ซึ่งผลการแข่งขันเป็นที่น่าพอใจ รุ่นพี่จึงชักชวนให้สมัครเข้าเป็นเยาวชนทีมชาติ ซึ่งกว่าจะเป็นเยาวชนทีมชาติ  ต้องแข่งกับผู้แข่งขันทั่วประเทศคัดเหลือ 12 คู่ จึงจะเริ่มเก็บตัวฝึกซ้อม และเก็บคะแนนโดยต้องฝึกซ้อมทั้งออนไลน์และลงสนามจริง โดยช่วงระยะแรกต้องซ้อมเกือบทุกวัน ต้องเดินทางไปกรุงเทพเพื่อเก็บบอร์ด(คะแนน) ให้ได้ตามขั้นต่ำตามที่สมาคมบริดจ์กำหนดไว้ เพื่อเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศจีน ในเดือนสิงหาคม 2561”

          “ก่อนจะเดินทางไปแข่งขัน มีการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ จากผู้ฝึกสอนของทีมชาติ มีการเสริมจุดอ่อนจุดแข็ง วิเคราะห์คู่ต่อสู้โดยวิทยากรชุดเดียวกับทีมชาติรุ่นใหญ่ ซึ่งก่อนการเดินทางไปแข่งขันทีมชาติไทยไม่ได้คาดหวังลำดับจากการแข่งขันครั้งนี้ เพราะคู่ต่อสู้แต่ละทีมเก่งมาก โดยวางเป้าหมายของไทยคือเข้ารอบ 4 ทีม จากทั้งหมด 6 ทีม  เนื่องจากเป็นการแข่งขันในต่างประเทศ โค้ชต้องการให้นักกีฬามีสมาธิในการแข่งขัน จึงมีการอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์เพียงวันละ 1 ชั่วโมง ทำให้เราต้องนอนเร็ว สมองได้พักผ่อน พร้อมแข่งขัน  อุปสรรคที่มีเป็นเรื่องอาหารที่ไม่ค่อยถูกปากพวกเรานัก  จึงทำให้โค้ช และผู้ฝึกสอนต้องเตรียมเสบียงอาหารไปด้วย  แต่เมื่อแข่งขันเสร็จ และเอาชนะแชมป์ 5 สมัย อย่างประเทศจีนได้ และนำเหรียญทองกลับบ้านก็ภาคภูมิใจมาก ๆ ค่ะ”

          สาวน้อยนักกีฬาบริดจ์ทีมชาติทั้ง 4 คน ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า  หากสามารถหาสปอนเซอร์ที่จะให้การสนับสนุนการเดินทางไปฝึกซ้อมที่กรุงเทพ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจะต้องเดินทางไปฝึกซ้อม พร้อมกับต้องเก็บตัวก่อนจะไปแข่งขัน และการเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศจีน  โดยสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าที่พัก รวมถึงเงินอัดฉีด หากมีเชื่อว่าจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ  ในการแข่งขันเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป

ข่าว /ภาพ   :   วัชรา  น้อยชมภู

ขอบคุณ FC :   วิรียา แสงภักดิ์ / ปรีชญา วรศิริ  / ฐาปนี ไชยสิงห์  /  ภคนันท์ ธัญจิรานุกูล

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »