กว่าจะเป็นสินไซให้ใครๆจดจำ

โปงลางสินไซ : เบ้าหลอมคนรุ่นใหม่หัวใจศิลปินพื้นบ้าน มรดกของความสำเร็จที่ถูกส่งต่อไปไม่สิ้นสุด
อ่าน 742 ครั้ง
11 มิ.ย. 2561    Udomchai Supanavong

          ย้อนเวลากลับไป 5 ปี จากจุดเริ่มต้นของวงโปงลางที่แทบไม่มีใครรู้จักแต่กลับไปสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ.2556 ในรายการประกวดระดับประเทศที่จัดขึ้นโดย กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมกับกวาด รางวัลบรรเลงซออีสานยอดเยี่ยม รางวัลวิถีชีวิตยอดเยี่ยม และรางวัลกั๊บแก๊บยอดเยี่ยม กลายเป็นวงดนตรีพื้นเมืองน้องใหม่แห่งตำนานที่คว้ารางวัลในรายการเดียวได้มากที่สุด จนทำให้ชื่อ “วงโปงลางสินไซ” เป็นที่จดจำ
        จากวันนั้นจวบจนปัจจุบันวงโปงลางสินไซ ที่ก่อกำเนิดขึ้นจากกระบวนการเรียนการสอนของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีและการแสดงพื้นเมือง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้ตอกย้ำความมีจิตวิญญาณศิลปินมืออาชีพด้วยการไปคว้ารางวัลอีกหลายรายการ  รวมทั้งการได้เป็นตัวแทนของชาติในฐานะฑูตทางวัฒนธรรมนำศิลปะการแสดงพื้นเมืองอีสานไปอวดสายตาประชาชนตลอดจนข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ประเทศต่างๆอีกไม่น้อยกว่า 6 ประเทศ
        การก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จสูงสุดของวงดนตรีพื้นเมืองและการรักษาชื่อเสียงให้คงอยู่ยาวนานต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน ทั้งผู้แสดง ผู้ฝึกซ้อม การจัดการวง โดยเฉพาะวงดนตรีที่ก่อกำเนิดขึ้นมาจากการเป็นเสมือนห้องปฏิบัติการด้านเรียนการสอนในสถานศึกษาอย่างเช่นวงโปงลางสินไซ ที่ต้องมีการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านนักร้องนักแสดงซึ่งเป็นนักศึกษาไปตามระยะเวลาแล้วเฟ้นหาส่งต่อทายาทเป็นมรดกโดยมีความสำเร็จในอดีตเป็นแรงกดดันการันตีคุณภาพนับเป็นเรื่องที่ท้าทาย
        อาจารย์ วิชิต ภักดีรัตน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรดนตรีพื้นเมือง ในฐานะผู้ฝึกซ้อมนักแสดง”วงโปงลางสินไซ” เผยว่าวงโปงลางสินไซเป็นวงดนตรีพื้นเมืองที่มีการผสมผสานประยุกต์รูปแบบให้มีความสนุกสาน โดยผู้เล่นล้วนเป็นนักศึกษาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ดังนั้นวงโปงลางสินไซจึงเสมือนห้องปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อก้าวสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ นอกจากนั้นยังเป็นวงดนตรีพื้นเมืองที่เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการนำชื่อเสียงมาสู่สถาบัน ช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆทั้งของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอกเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีแสดงถึงศักยภาพของนักศึกษา โดยเป็นการรวมวงขึ้นมาจากนักศึกษาทั้งหลักสูตรดนตรีพื้นเมือง นาฏศิลป์ และหมอลำ ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่เข้ามาในปี1ของสาขาจะได้ถูกเรียกว่า “ครอบครัวสินไซ” เพื่อไปเรียนรู้และฝึกฝนตนเองทั้งด้านการขับร้องการแสดงหรือแม้แต่การบริหารจัดการวงดนตรี ในสิ่งที่ตนเองเลือกนับแต่พื้นฐานในแบบ”หลักสูตรศิลปิน” ไปจนถึงปีที่4  โดยเมื่อถึงเวลานั้นทุกคนต้องพร้อมจะแสดงทักษะความสามารถของตนเองร่วมกับผู้อื่นในลักษณะของวงโปงลางต่อครูผู้สอนก่อนที่จะจบการศึกษาออกไป  โดยทายาทรุ่นที่ 8 ได้จัดโชว์ทักษะในงานสอบจบ “ปูม-สินไซ8”ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ณ เวทีหอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งแน่นอนว่าทุกชุดการแสดงได้สะกดสายตาผู้ชม ณ เวทีแห่งนั้นได้ตลอดระยะเวลาของการแสดง   มาถึงวันนี้เรามีพี่น้อง“ครอบครัวสินไซ”ที่ออกไปโลดแล่นบนถนนศิลปะแล้ว 8 รุ่นและยังมีสมาชิกที่กำลังอยู่ระหว่างการบ่มเพาะในชั้นปีที่ 1-4 อีก 4 รุ่น
     “ความโดดเด่นของสินไซคือการประยุกต์รูปแบบการแสดงที่นักศึกษาเป็นผุ้สร้างสรรค์ขึ้นมา มีการผสมผสานเครื่องดนตรีตะวันตกให้มีความร่วมสมัยและสนุกสนาน ผ่านการแสดงอย่างมืออาชีพที่มีการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี จึงเป็นที่พึงพอใจของผู้ชม   กระนั้นสิ่งที่เป็นข้อจำกัดคือสมาชิกวงล้วนเป็นนักศึกษาซึ่งต้องมีเวลาเพื่อการเรียนการค้นคว้าจึงต้องมีการบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสมทั้งการเรียนการซ้อมวง ซึ่งอาจารย์และผู้ที่ดูแลต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ” อาจารย์ วิชิต ภักดีรัตน์ กล่าว
       แม้วงโปงลางสินไซจะเป็นเพียงวงดนตรีพื้นเมืองเล็กๆของนักศึกษาแต่จากผลงานความสำเร็จทำให้มีผู้ติดต่อเพื่อขอให้ไปแสดงในงานต่างๆอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงการบริหารจัดการที่ต้องเกี่ยวข้องกับรายได้ ซึ่งวงโปงลางวงนี้กลายเป็นวงดนตรีที่สร้างรายได้ให้ทั้งคณะวิชาและการจุนเจือนักศึกษาเป็นค่าตอบแทนเล็กน้อยแต่ก็สามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการศึกษาของทางบ้านได้
       นายสุริยา ชมพู นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในฐานะผู้แสดงและนักร้องนำของวงโปงลางสินไซ ซึ่งได้สอบจบการศึกษาไปเมื่อไม่นานมานี้กล่าวว่า ผมมีความผูกพันกับวงสินไซเป็นเสมือนครอบครัวที่ให้หลายอย่างในชีวิต ในระหว่างเรียนก็มีรายได้จากการจัดสรรค่าจ้างวงหลังหักค่าใช้จ่ายสู่คณะวิชาไปแล้วมันทำให้ผมมีเงินพอที่จะใช้จ่ายเพื่อการศึกษาได้ และสามารถไปตั้งวงดนตรีหมอลำของตนเองตามที่ฝันไว้ได้
       “การเรียนในหลักสูตรศิลปินโดยผ่านรูปแบบของการเป็นวงดนตรีโปงลางสินไซ ทำให้เราเกิดประสบการณ์จริงที่นำไปใช้ในเชิงวิชาชีพได้และต่อยอดทักษะที่สูงขึ้นได้ ผมได้ฝึกความกล้าที่จะแสดงออก เรียนรู้การทำงานร่วมกับสมาชิกวง สร้างสรรค์การแสดง ทำให้เกิดความมั่นใจในการก้าวต่อไปในเส้นทางนี้ “นายสุริยา ชมพู กล่าว  
       วงโปงลางสินไซ ใช้ชื่อมาจากตัวละครในวรรณกรรมพื้นบ้านเพื่อสะท้อนถึง ความกล้าหาญ ความเพียรพยายาม และความเสียสละ อันเป็นคุณลักษณะที่เราทุกคนอยากหล่อหลอมนักศึกษาทุกคนไปสู่จุดหมาย ซึ่งวันนี้วงสินไซยังเป็นวงดนตรีที่จัดสรรรายได้นำกลับมาเพื่อการดูแลกันและกันเพื่อการพัฒนาความรู้ทักษะ เป็นค่าจ้างผู้รู้ที่มาเสริมทักษะ การใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมการสอบ ดูแลเครื่องใช้อุปกรณ์การแสดง และที่สำคัญยังดูแลสังคมได้ เช่นโครงการค่ายอาสา โครงการฝึกอาชีพจรรโลงจิตใจสร้างวงดนตรีให้แก่ผู้ต้องขังในทัณฑสถานที่กำลังเติบใหญ่ในนาม “ศิษย์วงโปงลางสินไซ”ที่ทุกคนภาคภูมิใจ
       อาจารย์ วิชิต ภักดีรัตน์ กล่าวว่า “สิ่งที่ภาคภูมิใจในฐานะครูคือการได้เห็นผลความสำเร็จของศิษย์ที่มีผลงานจนสามารถไปช่วยเหลือเจือจุนสังคมได้ มันมีค่ามากกว่าความสำเร็จจากผลงานรางวัลใดๆ เพราะความภาคภูมิใจนี้จะฝังลงไปในหัวใจครอบครัวสินไซทุกคน แล้วไปเติบโตงอกงามงามในวันที่เขาก้าวออกไปดังเมล็ดพันธุ์ของความดีที่เราช่วยกันส่งต่อไป  เราได้เห็นศิษย์เก่าที่ได้กลับมาช่วยเหลือรุ่นน้องคือภาพที่ดีงามและน่าประทับใจเสมอ และยังมีความใฝ่ฝันที่อยากให้นักศึกษาทุกคนในวงได้มีโอกาสเดินทางไปเพิ่มพูนประสบการณ์การแสดง นำสิ่งดีๆทางศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองของเราไปอวดสายตาชาวโลก เชื่อว่านั่นจะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไป”
      นิยามของ “วงโปงลางสินไซ” ในความหมายด้านการเรียนการสอน อาจเทียบได้กับห้องปฏิบัติการของนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ แต่สำหรับผู้คนทั่วไป นี่คือวงโปงลางอาชีพชั้นนำที่เป็นดาวเด่นของวงการที่ผ่านเวทีน้อยใหญ่รวมทั้งได้รับเลือกให้แสดงต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เป็นเกียรติสูงสุดและยังเป็นความทรงจำเสมอมา    เสียงดนตรีที่เร้าใจ นักแสดงที่เอาจริงเอาจังกับท่วงท่าลีลารำ นักร้องนำที่หลากความสามารถ เรียกเสียงฮาด้วยมุกตลกอย่างเหนือชั้น นี่คือภาพจำของผู้คนที่ได้มีโอกาสสัมผัสสุนทรียศิลป์ที่ไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวัง  นักศึกษาที่ถูกเรียกว่าครอบครัวสินไซล้วนภูมิใจและพร้อมจะสืบทอดมรดกความสำเร็จนี้ส่งต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

 

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ :  เรียบเรียง
ขอบคุณภาพ : รศ.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย
                    :  Fb : วงโปงลางสินไซ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 
 
 
    
 

ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

Jul.
04
ดูกิจกรรมทั้งหมด »