มข. ชูศูนย์วิจัยโปรตีนฯ สร้างผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต่อยอดเชิงพาณิชย์

มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนุนศูนย์วิจัยโปรตีนและโปรติโอมิกส์ฯ ดึงศักยภาพโปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์ สร้างผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต่อยอดเชิงพาณิชย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเอเซีย
อ่าน 477 ครั้ง
14 มิ.ย. 2561    Jiraporn Pratomchai

        ปัจจุบันความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด แต่ความรู้เหล่านี้กระจุกอยู่แต่ในวงการนักวิชาการ ดังนั้นศูนย์วิจัยโปรตีนและโปรติโอมิกส์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม (ศปพ.) คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเล็งเห็นความสำคัญของการนำองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาพัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นการบูรณาการวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ เพื่อทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพสูงและทันต่อสถานการณ์
        มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยศูนย์วิจัยโปรตีนและโปรติโอมิกส์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม จัดงานประชุมเสวนาวิชาการเรื่อง “การต่อยอดผลงานวิจัยพื้นฐานสู่การพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์”  โดยมีรองศาตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นประธานในพิธี  และมีศาตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยโปรตีนและโปรติโอมิกส์ฯ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นผู้กล่าวรายงาน  ณ ห้องประชุมสิริคุณากร 3 ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร  มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา
        รองศาตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า   มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัย 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ โดยมีพันธกิจหลักมุ่งเน้นการวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาของชุมชนและสังคม  จึงมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยมากกว่า 35 แห่ง โดยเฉพาะศูนย์วิจัยโปรตีนและโปรติโอมิกส์ฯ ที่นำจุดเด่นของโปรตีนพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน  นับเป็นการพัฒนางานวิจัยไม่ให้อยู่บนหิ้ง แต่ให้สามารถอยู่ในห้าง จับต้องได้ และสร้างประโยชน์ทางการค้าเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง
        ศาตราจารย์ ดร. สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยฯ มีพันธกิจหลักในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโปรตีนและ  เปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ อาทิ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพก่อโรค ฤทธิ์การสมานบาดแผล และฤทธิ์ต้านอักเสบ ฯลฯ โดยมุ่งเน้นศึกษาค้นคว้าเปปไทด์ออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากจระเข้สายพันธุ์ไทยจนสามารถเข้าใจกระบวนการทำงานเชิงลึกของเปปไทด์ที่ค้นพบได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์  ปัจจุบันองค์ความรู้ที่เกิดจากผลงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ด้านอาหารเสริมสุขภาพ  ด้านการแพทย์  และกำลังขยายไปสู่ด้านเวชสำอาง การจัดประชุมเสวนาวิชาการครั้งนี้จึงเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้จากการวิจัยในห้องปฏิบัติการ สู่นักวิชาการและผู้ประกอบการธุรกิจ ให้ขยายเติบโตเชิงพาณิชย์
       “พันธกิจหลักของศูนย์วิจัยฯ มุ่งเน้นศึกษาและพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายงานวิจัยทางด้านโปรตีน และเปปไทด์จากสิ่งมีชีวิต ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารเสริม  เวชสำอาง รวมถึงการใช้โปรตีนและเปปไทด์ในการรักษาโรคติดเชื้อดื้อยา และโรคกลุ่มไม่ติดต่อ ที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ทั้งนี้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร ก็มีการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเชื้อราเพื่อการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ อ้อย ข้าวโพด และยูคาลิปตัส นอกจากนี้ยังใช้องค์ความรู้พื้นฐานบูรณาการสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยการประยุกต์ใช้เชื้อยีสต์ในการเพิ่มศักยภาพผลิตเอทานอลและย่อยสลายสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาใช้โปรตีน และเปปไทด์ในงานทางด้านการแพทย์ เช่น การการพัฒนา biosensor เพื่อตรวจวัดอายุทางชีวภาพ และการตรวจประเมินคัดกรองโรคเฉพาะทาง  การพัฒนาสารทดแทนเลือดจากเลือดจระเข้ เพื่อจุดประกายต่อยอดและพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์”
         ปัจจุบันผลงานวิจัยของ ศูนย์วิจัยโปรตีนและโปรติโอมิกส์ฯ เป็นสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีบริษัทเอกชน จับมือร่วมกันในการนำผลวิจัยไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ เลือดจระเข้แห้งบรรจุแคปซูลซึ่งเป็นที่นิยมในผู้ป่วยพักฟื้น โลหิตจาง ภูมิคุ้มกันไม่ปกติ เจลแต้มสิวสารสกัดจากจระเข้ ยาดมจากน้ำมันจระเข้ โดยกลุ่มเป้าหมายใหญ่อยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนและกลุ่มประเทศเอเชีย
         ภายในงานมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่องต่างๆ อาทิ “การพัฒนาอาหารสู่ตลาดโลก” โดยได้รับเกียรติจาก รศ. ดร .สิรี ชัยเสรี อาจารย์ประจําภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “การจัดการทรัพยากรจระเข้อย่างยั่งยืน” โดย นายยศพงษ์ เต็มศิริพงศ์ ประธานกรรมการสหกรณ์จระเข้แห่งประเทศไทย และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การแปรรูปน้ำมันจระเข้เพื่อการพาณิชย์” โดย คุณจุรีย์วรรณ รองศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรม บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด
         การประชุมเสวนาครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่างานวิจัยไม่สามารถเดินหน้าไปได้เพียงลำพังหากแต่ต้องบูรณาการความรู้หลากมิติ และอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาและผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง นำไปสู่การพัฒนาประเทศร่วมกันในอนาคต

 

ข่าว : จิราพร ประทุมชัย 

ขอบคุรภาพจาก สุขทวี คลังตระกูล 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »