เริ่มแล้วกับการเรียนรู้ของ นศ.ป.ตรีCOLAKKUว่าด้วยการวิจัยหาองค์ความรู้

เริ่มแล้วกับการเรียนรู้ ของ นักศึกษาวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น COLA KKU ว่าด้วยการวิจัย เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่
อ่าน 417 ครั้ง
8 ส.ค. 2561    Paporn Ruenwichar

เริ่มแล้วกับการเรียนรู้ ของ นักศึกษาวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น COLA KKU  ว่าด้วยการวิจัย เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่

       มนุษย์เราจะประสบกับปัญหาต่าง ๆ ที่นับวันจะมีความซับซ้อนกันมากขึ้น เนื่องด้วย สังคมมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนเช่นกัน ดังนั้นศักยภาพ และความสามารถของมนุษย์ ในการแก้ไขปัญหา จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา ไปพร้อม ๆ กัน วิธีการหนึ่ง ในการเพิ่มศักยภาพและความสามารถของมนุษย์ ในการแก้ไขปัญหา คือ การวิจัย ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพียงแค่การค้นหา แนวคิดทฤษฎี ที่จะช่วยให้เราเข้าใจ หรือคุ้นเคยกับปัญหา ที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์ บ่อยครั้งเราต้องการแก้ไขหรือขจัดสภาวะที่เราไม่พึงประสงค์ ไปสู่สภาวะที่พึงปรารถนา ในสภาวะเช่นนี้ เราจำเป็นต้องมีวิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้เรามีความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เราประสบ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้นตามไปด้วย วิธีการนี้ เราเรียกว่า “ระเบียบวิธีวิทยา ว่าด้วยการวิจัย เพื่อหาองค์ความรู้ใหม่”

       และด้วยอีกหนึ่งภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบ ของผู้บริหารวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น COLA KKU อันประกอบด้วย  รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดี และ รศ.ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ คณบดีผู้ก่อตั้งวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น และที่ปรึกษาด้านการวิจัยและกิจการระหว่างประเทศ คือ “การสอน” ในวันที่ 7 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา สองผู้บริหารของวิทยาลัย ฯ จึงทำการได้สอนในรายวิชา ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ ให้กับนักศึกษา ระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการการคลัง ชั้นปีที่ 4 ณ ห้องเรียน COLA KKU 208  ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างคณาจารย์ และนักศึกษา หลังจากปิดภาคเรียนการศึกษาต้น สำหรับการเรียนในวันแรกนี้ สองผู้บริหาร ได้อธิบายถึงรายวิชา เพื่อสร้างความรู้ และเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า นักศึกษาจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง และ ทั้งผู้สอน และผู้เรียน คาดหวังอะไรบ้างในการเรียนในรายวิชานี้

      ด้าน รศ.ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ ได้อธิบายให้เห็นว่า ศาสตร์การวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์จะต้องมีการดำเนินการตามแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ที่ต้องใช้ศิลปะในการบริหารงานและกระบวนการแสวงหาองค์ความรู้ “การวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์” จึงเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ตรวจสอบความถูกต้อง และแม่นยำ ตามแนวทางระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ เนื่องจาก รัฐประศาสนศาสตร์เป็น ศาสตร์ประยุกต์มีลักษณะกึ่งวิชาชีพ มุ่งศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานภาครัฐ จึงสามารถดำเนินการได้ในหลายรูปแบบ โดยการออกแบบระเบียบวิธีวิจัย ที่มุ่งเน้น เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของการวิจัย ข้อมูลที่สามารถรวบรวมได้ โดยให้ความสำคัญในเรื่องความเที่ยง และความตรงของการดำเนินการวิจัย รวมถึงการวิเคราะห์และตีความข้อมูลที่ได้จากการวิจัยที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การวิจัย

       รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จของการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สามารถประเมินได้จากความชัดเจนลึกซึ้งของคำถาม ที่นักศึกษาสามารถยกขึ้นมาถามผู้สอน เพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ดังนั้น ความสามารถในการการตั้งและพัฒนาคำถามในการวิจัย จึงเป็นวัตถุประสงค์หลักของ วิชาระเบียบวิธีวิจัย ด้วยหลักการดังกล่าว ตัวชี้วัดความสำเร็จตัวแรกของวิชานี้ จึงได้แก่ สัดส่วนของนักศึกษา ที่สามารถตั้งคำถามในการวิจัยอย่างมีตรรกวิทยาที่ลึกซึ้ง และนำไปสู่การค้นหาคำตอบอย่างถูกต้องตามระเบียบวิธีวิทยา และตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่ง คือ การนำคำตอบที่ได้ ไปใช้ให้เป็นประโยชน์หรือก่อให้เกิดการพัฒนา และยกระดับตัวชี้วัดความเป็นอยู่ของสมาชิกในสังคม 

        ภายหลังเสร็จสิ้นจากการสอนในคาบแรก สองผู้บริหารของวิทยาลัย ฯ ยังได้มอบหมายงานให้นักศึกษา นำเสนอ "ข้อค้นพบหรือการตอบคำถามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันใดซึ่งนำไปสู่การค้นพบคำตอบที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหรือเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง และการค้นพบคำตอบนั้นมีกระบวนการค้นหาคำตอบอย่างไรตลอดจนกระบวนการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ?" ซึ่งนักศึกษา ก็ได้ให้ความสนใจ และกระตือรือร้นเป็นอย่างมากในการทำกิจกรรมดังกล่าว

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว:ภาภรณ์ เรืองวิชา

 

 

 

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »