มข.เปิดตัวชุมชนนำร่อง ต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0

คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม เปิดตัวชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีผลิตกลุ่มเกษตรอินทรียอีสาน สู่ Smart Farmer
อ่าน 327 ครั้ง
14 ธ.ค. 2561    Warunu Donnue

        เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ทีผ่านมา ณ ห้องบริรักษ์ 1 ชั้น 8 โรงแรมวีวิช อ.เมือง จ.ขอนแก่นคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม จัดสัมมนาเปิดตัว “โครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0” โครงการเพื่อสร้างมูลค้าสินค้าเกษตรอินทรีย์และสนับสนุนการรวมกลุ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าอินทรีย์และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดสกลนคร 
         ภายในงานเริ่มด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีและผู้อำนวยการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม กล่าวรายงานต่อ รองศาสตราจารย์ เพียรศักดิ์  ภักดี รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ประธานในพิธี ต่อด้วยการบรรยายพิเศษจาก ดร.มงคล ต๊ะอุ่น นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ สังกัดสาขาวิชาทรัพยากรที่ดินและ สิ่งแวดล้อม ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากร การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มข. นายปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในหัวข้อ “เกษตรกรทันสมัย เรียนรู้ อยู่ให้เป็นกับตลาดดิจิทัล” และ “เทคโนโลยีกับการขับเคลื่อนเกษตรกรไทยในทศวรรษหน้า” ปิดท้ายด้วยการชี้แจงรายละเอียดโครงการและจัดทำแผนงานที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 
      รองศาสตราจารย์ เพียรศักดิ์  ภักดี รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการจัดทำโครงการเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสู้ยุค 4.0 โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน จึงได้จัดโครงการที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต วิถีการประกอบอาชีพ ที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงกับโลกยุคปัจจุบัน โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การตลาด จากทีมงานที่มีความสามารถและประสิทธิภาพที่จะสามารถพาพี่น้องเกษตรกรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และสร้างรายได้ที่ดีขึ้น
        “สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรรมการ ซึ่งได้แก่บริหารธุรกิจและการบัญชี คณะเกษตรศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคโนโลยี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จะเป็นส่วนผลักดันเพื่อยกขีดความสามารถการพัฒนาเกษตรกรและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ของ 13 ชุมชน ในพื้นที่ภาคอีสาน 5 จังหวัด  ให้มีความเข้มแข็งได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการจัดการความรู้และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สำหรับผลิตสินค้าเกษตร รวมทั้งได้รับพัฒนาเป็นเกษตรกรทันสมัย หรือ Smart Farmer ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาล” รองศาสตราจารย์ เพียรศักดิ์ กล่าว
       ด้าน  รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และผู้อำนวยการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม กล่าวว่า คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคมมีนโยบายการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือชุมชนเกษตรอินทรีย์ โดยปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีผลิต เพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ให้เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ได้รับงบประมาณประจำปี 2562 จากสำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงบประมาณเพื่อจัดทำโครงการระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์โครงการ เพื่อสร้างมูลค่าของสินค้าทางการเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกร
       “เมื่อเกษตรกรต้องเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0  ยุคที่ต้องนำสื่อและเทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการทำเกษตรกรรม จนมีคำที่คุ้นชินว่า Smart Farmer ทำให้เกษตรกรจะต้องปรับเปลี่ยนการทำเกษตรในแบบเดิมที่ทำมากได้น้อย มาเป็นวิถี ทำน้อยแต่ได้มาก จึงเป็นที่มาของโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ด้วยความสำคัญนี้เอง ทางศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคมคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้เข้ามาช่วยบ่มเพาะ ต่อยอด และประสานงานกลุ่มเกษตรกรในเครือข่ายให้สามารถยกระดับในการขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี Smart officer และ Smart Local ซึ่งเปรียบเสมือนพี่เลี้ยงบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชน ที่ค่อยช่วยเหลือและขับเคลื่อนกลุ่มให้เติบโตอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง โดยยังคงยึดหลัก “เพิ่มพูนความรู้ มุ่งสู่การพัฒนา นำพาความยั่งยืน” สู่เกษตรเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองบัวลำภู และสกลนคร “เพิ่มพูนความรู้” ในการดำเนินการโครงการนี้จะมีระบบที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมโดยมีรายละเอียดได้แก่ 1) การทำงานผ่านระบบดิจิทัล 2) ระบบการเพาะปลูกการเลี้ยงสัตว์ ตามค่ามาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อคำนวณเวลา แรงงาน และพื้นที่ให้มีความสัมพันธ์ 3) ระบบการเงินการบัญชีที่แม่นยำและโปร่งใส  4) ระบบบุคคลเงินเดือนที่ตรงตามแรงงานที่ลงมือปฏิบัติงาน 5) ระบบแรงงานแบบสำเร็จรูปตามแผนที่จัดสรรให้ 6) ระบบการจัดจำหน่ายสินค้าและการตลาด การส่งมอบผลิตภัณฑ์” รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี กล่าวเพิ่มเติม
         “เราจะมุ่งพัฒนาเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการผลิตสินค้าให้เป็นสินค้าอินทรีย์ตามศักยภาพของพื้นที่นั้นๆ โดยจะเห็นได้จากเกษตรไทยสมัยใหม่จะมุ่งมั่นพัฒนาการเกษตรให้มีความทันสมัยโดยใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการจัดข้อมูลตั้งแต่การผลิตไปจนถึงข้อมูลการตลาด ดังนั้นเพื่อเป็นการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์และตราสินค้าให้มีความทันสมัย สามารถเพิ่มผลกำไรให้กับเกษตรกรมากขึ้น เราจึงมุ่งมั่นทุ่มเทให้การสร้างสรรค์ ต่อยอดด้านการออกแบบ แปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในทุกๆ การพัฒนาเรายังคงยึดหลักตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงในรัชกาลที่ 9 เพื่อ “นำพาความยั่งยืน”  เราจะส่งเสริมเกษตรกรให้คงซึ่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยกับผู้บริโภค และสร้างรายได้ที่มั่นคง ไม่เพียงเท่านั้น เกษตรกรใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังได้รับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการจัดการความรู้และเรียนรู้การยืนขอมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สำหรับการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้เป็นเกษตรที่มีความทันสมัยในยุค Thailand 4.0 เราจะร่วมสร้างชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ไปพร้อมกันด้วยความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกเกษตรกรภายใต้ความดูแลจากเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญที่จะสร้างสรรค์ บ่มเพาะ ต่อยอดเพื่อธุรกิจและสังคม อย่างยั่งยืน” รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี กล่าวในท้ายที่สุด   

วรัญญู  ดอนเหนือ : ข่าว/ภาพ
 

ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »