คืบหน้าเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ หนึ่งเดียวในโลก สมเกียรติหลวงพ่อคูณ

7 ม.ค. นี้ เตรียมเคลื่อนนกหัสดีลิงค์ไปยัง ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น ฟันธงแล้วเสร็จ 21 ม.ค. พร้อมเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าชม ย้ำไม่จัดทำเหรียญปลุกเสกหรือวัตถุมงคล ตามประสงค์หลวงพ่อคูณ
อ่าน 1,131 ครั้ง
4 ม.ค. 2562    Jiraporn Pratomchai

         เมรุลอยนกหัสดีลิงค์  ตามประเพณีโบราณที่จัดขึ้นเฉพาะการฌาปณกิจศพเจ้านายชั้นสูง หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้สร้าง เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ในวันที่ 29 มกราคม 2562 ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น
        เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ สร้างขึ้นภายใต้งานวิจัย ศึกษา ค้นคว้า  ประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ การศึกษาข้อมูล  การออกแบบ และการก่อสร้าง  ด้านการศึกษาข้อมูล ได้ทำการสำรวจวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะในภาคตะวันอกเฉียงเหนือในการจัดพิธีการฌาปณกิจศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่เหมาะสมดีงาม  ต่อมา  ด้านการออกแบบ ถอดอัตลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ จากความเรียบง่าย สู่งานศิลปะสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง  และเมื่อถอดรหัสเอกลักษณ์ของหลวงพ่อผ่านงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่พบว่ามีรูปปั้นช้างมี 4 งา  ส่วนหัวของนกหัสดีลิงค์จึงเป็นช้าง 4 งา ด้วยเช่นกัน ตามเจตนาของหลวงพ่อที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมาใช้ต่อ  นั่นหมายความว่าวันใดถ้ามีพระสงฆ์มรณภาพจะสร้างหัสดีลิงค์สีขาวเช่นเดียวกับหลวงพ่อไม่ได้  และสุดท้ายการ ด้านการก่อสร้าง โดยช่างสิบหมู่ ได้รับเกียรติจากช่างหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน ช่างศิษยานุศิษย์ มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไทยโบราณ อาทิ เขียน แกะ สลัก ปั้น ปูน  รัก หุ่น บุ กลึง หล่อ โดยมีศูนย์กลางก่อสร้างที่ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น  โครงสร้างตัวนกเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง  22.6  เมตร  นำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาพับคล้ายการทำเปเปอร์มาเช่  หรือประติมากรรมกระดาษ  ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน 
        ปัจจุบันการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ ดำเนินแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 90 ซึ่งจะทำการเคลื่อนย้ายไปประดิษฐาน ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น ในวันที่  7 มกราคม  2562  จากนั้นทำการติดตั้งใช้เวลาประมาณ  10  วัน  ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จครบถ้วน ภายในวันที่  21  มกราคม  2562  อย่างแน่นอน ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่  21-28  มกราคม  2562  เมื่อเข้าสู่วันที่  29  มกราคม  2562  จะทำการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มายังพุทธมณฑลอีสาน   ซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปยังมณฑลพิธีได้  อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดำเนินงานได้จัดเตรียมจุดสักการะไว้ให้ประชาชนได้วางดอกไม้จันทน์ไว้อย่างเหมาะสม
         รศ.ดร. นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายก่อสร้างนกหัสดีลิงค์  กล่าวว่า ในการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์นอกจากคำนึงถึงข้อมูลจากการวิจัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงโลง 3 โลง  ประกอบด้วย  โลงที่ 1 ทำด้วยไม้จันทน์หอม เป็นโลงที่สำคัญมากคือโลงที่ต้องบรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ   ส่วนโลง 2  คือโลงสแตนเลส วางบนท่อนฟืนไม้จิก  ล็อคด้วยกุญแจ  4  ตัว เพื่อกันเปลวไฟไม่ให้เข้าไปถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้   โลงสุดท้ายคือ ประติมากรรมนกหัสดีลิงค์ ที่ครอบโลง 1 และ 2 อยู่  เมื่อฌาปนกิจแล้วร่างของหลวงพ่อจะอยู่ในโลงสแตนเลสกันเปลวไฟ  และโลงจะล็อค เพื่อไม่ให้ผู้ใดสามารถเข้าถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้  ตามประสงค์ของหลวงพ่อ ซึ่งได้เตรียมการประกอบพิธีกรรม  นางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบธรรมเนียมไทย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย”
         ตำนาน “นกหัสดีลิงค์” หรือ นกสักกะไดลิงค์    มีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์ จึงบินโฉบลงมาเอาพระศพไป เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดีเข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศพคืนมา นางสีดาจึงเข้ารับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตายตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวีจึงโปรดสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีทำนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของชั้นเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์ สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้
          รศ.ดร. นิยม  ยังกล่าวต่ออีกว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  คณบดีคณแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานกรรมการคณะดำเนินงาน ยืนยันล่าสุดในที่ประชุมกรรมการอำนวยการพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2561 ระบุว่า ไม่มีนโยบายในการจัดทำทำเหรียญหรือวัตถุมงคลที่ระลึกใด ๆ เพื่อการจำหน่าย จ่ายแจก เรามีหน้าที่ ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ และอำนวยความสะดวกให้แก่ศิษยานุศิษย์ตามเจตนารมย์ของท่านเท่านั้น ส่วนสิ่งอื่นใด ใคร กลุ่มใด จะทำ ที่ไหนอย่างไร เราบังคับไม่ได้  ถ้ามีแปลว่า บุคคล กลุ่มคน ทำการ แอบอ้าง
         “มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีบุญเหลือเกินที่ได้เป็นผู้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ  นับว่าการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นกระทั่งถึงวันนี้ ไม่มีอุปสรรคการทำงานใด ๆ  มีเพียงเครือข่ายภาคีที่ร่วมช่วยงานอย่างคับคั่ง จนกระทั่งต้องมีกระบวนการรับรองผู้ที่อยากช่วยงานให้ชัดเจน เช่น เมรุทำอย่างไร จัดดอกไม้อย่างไร โลงในการบริจาค มีผู้เสนอชื่อช่วยเหลือ 10 คน  ดอกไม้จันทน์มีผู้บริจาคถึงหลักล้าน   จะมีเพียงปัญหาเล็กน้อย จากวัยรุ่นผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่เห็นต่างใช้สเปย์ฉีดพญานาครูปหล่อที่ใช้เป็นบริวารเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ พื้นที่ส่วนนี้ จากพื้นที่เปิดเพื่อให้ประชาชน พุทธศาสนิกชนได้ชมความสวยงาม จึงถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่ปิด เพื่อให้การดำเนินงานสะดวกมากยิ่งขึ้น  นอกจากนั้น การทำงานส่วนอื่น ๆ ทั้งในด้าน สถานที่ พินัยกรรม ไม่มีปัญหา  ซึ่งส่วนตัวมองว่านับเป็นยุครุ่งเรืองที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทำงานให้กับหลวงพ่อซึ่งเป็นที่เคารพรักศรัทธา นับเป็นภาพที่จะอยู่ในความทรงจำของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น และพุทธศาสนิกชนไทยทุกคนตลอดไป”
         หลังแล้วเสร็จพิธีกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับฉันทานุมัติจากคณะดำเนินงานพิธีพระราชทานเพลงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ) เป็นกรณีพิเศษ ให้สร้างเจดีย์ครอบบริเวณที่ทำฌาปนกิจสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ โดยไม่มีการเคลื่อนย้าย นาคและสัตว์ป่าหิมพานต์  รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ให้พุทธศาสนิกชน รำลึกถึง พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ตลอดกาล

 

บทความ / ภาพ : กองสื่อสารองค์กร  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »