ศาสตราจารย์ มข. ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ศาสตราจารย์ สุพรรณ ฟู่เจริญ
อ่าน 672 ครั้ง
13 ก.พ. 2562    Jiraporn Pratomchai

         มหาวิทยาลัยขอนแก่นขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์สุพรรณ  ฟู่เจริญ ข้าราชการบำนาญ สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ในโอกาสได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2561 จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  โดยผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี และ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ทั้งนี้มีกำหนดรับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาในวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 18.00 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
        ทั้งนี้งานวิจัยที่โดดเด่นของ ศาสตราจารย์สุพรรณ  ฟู่เจริญ ได้แก่ การค้นพบฮีโมโกลบินที่ผิดปกติชนิดใหม่ของโลกในคนอีสาน  เคยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการแพทย์  คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมายเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสาธารณะชน

       ประวัติเหรียญ ดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา     เหรียญดุษฎีมาลา สร้างขึ้นคครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2425 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีมาเป็นเวลาครบ 100 ปี เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ทรงสร้าง "เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์" สำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และทรงสร้าง "เหรียญดุษฎีมาลา" สำหรับพระราชทานเพื่อเป็นบำเหน็จแก่ผู้มีความชอบในราชการแผ่นดิน โดยแบ่งออกเป็น  เข็มราชการในพระองค์ อักษรย่อ ร.ด.ม. (พ)  เข็มศิลปวิทยา อักษรย่อ ร.ด.ม. (ศ)  เข็มราชการแผ่นดิน อักษรย่อ ร.ด.ม. (ผ)  เข็มกรุณา อักษรย่อ ร.ด.ม. (ก)  และ เข็มกล้าหาญ อักษรย่อ ร.ด.ม. (ห)

          นับเป็นครั้งแรกที่ผู้มีความสามารถในศิลปวิทยา จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นพิเศษเช่นนี้ทั้ง เป็นการสนองพระบรมราโชบายในการพัฒนาวิชาความรู้เพื่อปรับปรุงประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ และเมื่อพินิจถึงหลักเกณฑ์การพระราชทาน ก็จะเห็นได้ว่ามีหลักอันเข้มงวดต่างจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์อื่น ๆ คือ จะพระราชทานเฉพาะผู้มีฝีมืออย่างเอกอุ อันเป็นคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินที่ไม่มีผู้ใดทำได้เสมอหรือดีกว่า ดังปรากฏในพระราชบัญญัติเครื่องอิสริยยศสำหรับความดีความชอบเหรียญดุษฎีมาลา จุลศักราช 1244 พุทธศกราช 2425 ว่า

          “เข็มที่จาฤกว่าศิลปวิทยานั้น ไว้สำหรับพระราชทานนักปราชราชกระวี นายช่างแลฝีมือช่างพิเศษต่าง ๆ ที่ได้คิดอย่างสิ่งของที่จะเปนประโยชนทั่วกัน ครั้งแรกคราวแรกฤๅชักนำสิ่งของใด ๆ เข้ามาทำมาสร้างขึ้นในแผ่นดิน เป็นผลประโยชน์ต่อบ้านเมืองแลราชการ ฤๅผู้ที่แต่ง หนังสือตำราวิทยาการต่าง ๆ ที่เป็นของเก่าของใหม่ก็ดี ที่เป็นคุณต่อแผ่นดิน เป็นประโยชน์แก่ราชการ เป็นผลแก่การค้าขาย ฤๅผู้เป็นช่างอย่างฝีมือเอก ที่ได้คิดก็ดี ทำเองก็ดี ปรากฏว่าไม่มี ผู้ใดผู้หนึ่งทำได้เสมอดีกว่า แล้วผู้ทำคุณประโยชน์ดังกล่าวมานี้ ก็จะทรงพระราชดำริหวินิจฉัย พระราชทานเข็มชนิดนี้ให้ตามฐานานุรูป”

             แรกเริ่ม เหรียญดุษฎีมาลา แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ ทองคำ เงินกาไหล่ทอง เงินเปล่า และสำริด โดยเหรียญทั้ง 4 ชนิดมีเกียรติเสมอกัน ลักษณะเหรียญเป็นรูปไข่ ด้านหน้ามีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานตรงกลาง มีอักษรตามขอบบนว่า "จุฬาลงกรณวหัส์ส ปรมราชาธิราชิโน" ขอบล่างเป็นใบชัยพฤกษ์ไขว้กัน ด้านหลังเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ยืนแท่นพิงโล่ห์ตราแผ่นดิน พระหัตถ์ขวาทรงพวงมาลัยจะสวมที่ตรงจารึกชื่อผู้ได้รับพระราชทาน ใต้แท่นมีเลข "๑๒๔๔" อันเป็นปีจุลศักราชที่สร้างเหรียญ และมีอักษรตามขอบว่า "สยามิน์ทร บรมราชตุฏ์ฐีป์ปเวทนํอิทํ" ริมขอบเหรียญจารึกอักษรว่า "สัพ์เพสํ สํฆภูตานํ สามัค์คีวุฏ์ฒิสาธิกา" บนเหรียญมีพระขรรค์ชัยศรีกับธารพระกรเทวรูปไขว้กัน มีห่วงยึดกับเหรียญและติดกับแผ่นโลหะจารึกว่า "ทรงยินดี"  เหรียญดุษฎีมาลาใช้ห้อยกับแพรแถบ โดยริ้วแดงริ้วขาวสำหรับสมาชิกฝ่ายทหารและตำรวจ (หรือพระราชวงศ์) ส่วนริ้วขาวริ้วชมพูสำหรับสมาชิกฝ่ายพลเรือน ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย กับมีเข็มปลายเป็นช่อปทุมทั้ง 2 ข้าง จารึกอักษรชนิดของเหรียญที่ได้รับพระราชทาน เช่น "ศิลปวิทยา" "กล้าหาญ" สำหรับกลัดที่แพรแถบเหนือเหรียญ

          ปัจจุบันเหรียญดุษฎีมาลา ได้มีการปรับเปลี่ยนลักษณะเหรียญบางส่วน โดยชนิดของเหรียญมีเพียงเหรียญเงินกาไหล่ทองรูปไข่ ด้านหน้ามีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานตรงกลาง ขอบล่างเป็นใบชัยพฤกษ์ไขว้กัน ด้านหลังเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ยืนแท่นพิงโล่ห์พระหัตถ์ซ้ายทรงพวงมาลัยจะสวมที่ตรงจารึกชื่อผู้ได้รับพระราชทาน ใต้แท่นมีเลข "๑๒๔๔" ห่วงเหรียญมีพระขรรค์ชัยศรีกับธารพระกรเทวรูปไขว้กัน มีห่วงยึดกับเหรียญและติดกับแผ่นโลหะจารึกว่า "ทรงยินดี"  มีเหรียญดุษฎีมาลาใช้ห้อยกับแพรแถบกว้าง 3 เซนติเมตร โดยริ้วแดงริ้วขาวสำหรับสมาชิกฝ่ายทหารและตำรวจ ส่วนริ้วขาวริ้วชมพูสำหรับสมาชิกฝ่ายพลเรือน ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย กับมีเข็มปลายเป็นช่อปทุมทั้ง 2 ข้าง จารึกว่า "ศิลปวิทยา" สำหรับกลัดที่แพรแถบเหนือเหรียญ สำหรับพระราชทานสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

หลักเกณฑ์การรับพระราชทาน

ตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา พ.ศ. 2521 ข้อ 5 กำหนดว่า  ผู้ซึ่งจะได้รับการพิจารณาขอพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา จะต้องมีผลงานประการใดประการหนึ่งดังต่อไปนี้

คิดค้นความรู้ระบบ กรรมวิธีหรือประดิษฐ์ สิ่งใหม่เป็นผลสำเร็จ
ปรับปรุงความรู้ระบบ กรรมวิธี หรือสิ่งประดิษฐ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมาก
ได้แสดงให้เป็นที่ปรากฏว่า มีฝีมือและชื่อเสียงยอดเยี่ยมในทางศิลปวิทยา
โดยคณะกรรมการจะได้พิจารณาผลงานของผู้ที่สมควรจะได้รับการพิจารณารับพระราชทานตามสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง หรือหลายสาขาร่วมกันดังนี้  มนุษยศาสตร์  ศึกษาศาสตร์  วิจิตรศิลป์  สังคมศาสตร์ (นิติศาสตร์ , รัฐศาสตร์ , เศรษฐศาสตร์ , พาณิชยศาสตร์และการบัญชี)  วิทยาศาสตร์   วิศวกรรมศาสตร์   แพทยศาสตร์   เกษตรศาสตร์  และสาขาวิชาอื่นตามที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร

 


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »