ระวัง...!!! ความดันฯ 130/80 มม.ปรอท เสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูง

รพ.ศรีนครินทร์ พัฒนาศักยภาพพยาบาลภาคีเครือข่าย (โรคความดันโลหิตสูง) ชี้...การให้ความรู้แก่คนไข้และญาติไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นบทบาทสำคัญของพยาบาล
อ่าน 180 ครั้ง
17 พ.ค. 2562    Wadchara Noichompoo

            คณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพ โรคดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ : PCT Hypertension  จัดโครงการอบรมให้ความรู้เพื่อภาคีเครือข่าย (โรคความดันโลหิตสูง) รพ.ศรีนครินทร์  เรื่อง “การพัฒนาศักยภาพพยาบาลภาคีเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง”

            เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ครั้งที่ 6  ประจำปี 2562 โดยมี นายปริญญา วุฒิสาร  หัวหน้าหอพักสงฆ์อาพาธ  กล่าวรายงานต่อ พว.กาญจนา  สิมะจารึก รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์  ประธานพิธีเปิดโครงการ  เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ ห้องบรรยาย 1 อาคารเตรียมวิทยาศาสตร์ 2  ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์

            นายปริญญา วุฒิสาร  กล่าวว่า  “วันความดันโลหิตสูงโลก ตรงกับวันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เริ่มมีมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2548  เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความน่ากลัวของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งนับวันโรคความดันโลหิตสูงมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น และอายุที่เริ่มเป็นน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน เป็นสังคมคนชราและคนอ้วน ทำให้เราพบว่าอุบัติการณ์ประชากรกว่า 10  ล้านคนทั่วโลก ต้องตายทุกปีจากโรคความดันโลหิตสูง และกว่าครึ่งไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง  โรคนี้เป็นภัยเงียบไม่มีอาการ ไม่เคยตรวจก็ไม่มีทางรู้ ป่วยมาอีกทีหนักถึงพิการหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย  โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง คือ ความเครียด การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ความอ้วน การบริโภคอาหารเค็ม”

            “ในปี พ.ศ. 2562 นี้  คณะทำงานสหสาขาวิชาชีพโรคดันโลหิตสูงฯ ได้จัดงานขึ้น               เมื่อวันศุกร์ที่ 10  พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้จัดการบรรยายเพื่อเผยแพร่ความรู้โรคความดันโลหิตสูง ให้กับบุคลากรทางการพยาบาลจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายโรคความดันโลหิตสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในภาคเช้า เป็นการบรรยายทางวิชาการ  และในภาคบ่าย เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์โรคความดันโลหิตสูง และฐานปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  การใช้ยาและอาหารเสริมอย่างถูกวิธี  การออกกำลังกาย  และเรื่องของอาหาร”

          พว.กาญจนา  สิมะจารึก กล่าวในพิธีเปิดว่า  “ขอบคุณคณะกรรมการจัดงานที่ให้ความสำคัญของปัญหาในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  ที่จัดโครงการอบรมให้ความรู้เพื่อภาคีเครือข่าย (โรคความดันโลหิตสูง) โรงพยาบาลศรีนครินทร์  เรื่อง “พัฒนาศักยภาพพยาบาลภาคีเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง”   ที่จัดขึ้นเนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ครั้งที่ 6 ประจำปี 2562  และยังมีทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ  ขอบคุณพยาบาลจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอบรม   เชื่อมั่นว่า ความรู้ในวันนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และทันสมัยอย่างยิ่ง  เชื่อว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะได้นำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปปรับใช้กับกับการปฏิบัติงาน และเกิดการพัฒนาเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงต่อไป”

          ด้าน พว.สุภาพ  อิ่มอ้วน  เลขานุการ PCT Hypertension  กล่าวว่า  “การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้  เกิดขึ้นเนื่องมาจากพบว่าคนไข้ความดันโลหิตสูงในภาวะวิกฤตมาห้องฉุกเฉินรพ.ศรีนครินทร์เฉลี่ยถึง 30 รายต่อเดือน ภาวะดังกล่าวเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีอันตรายต่อระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะหัวใจ ไต สมอง หากผู้ป่วยไม่มีความรู้ที่ไม่ถูกต้องในเรื่องนี้ อาจส่งผลต่อภาวะดังกล่าว  การให้ความรู้แก่คนไข้และญาติไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นบทบาทสำคัญของพยาบาล การดูแลผู้ป่วย และการปฏิบัติการพยาบาลของพยาบาลต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ภาคีเครือข่ายฯ มีความสำคัญอย่างยิ่งในความร่วมมือให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความดันโลหิตที่ดี  ดังนั้นทีมผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จึง  ซึ่งเป็นพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในรพ.ศรีนครินทร์ และพยาบาลจากโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง   การกิน ความอ้วน กับภาวะโลหิตสูง  ภาวะนอนกรนมีผลกับโรคความดันโลหิตสูง  และแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงมีความเปลี่ยนแปลง จากเดิม ที่ 140/90 มม.ปรอท แต่ปัจจุบันลดลงเป็น 130/80 มม.ปรอท  เพื่อสร้างความตระหนักให้ประชาชนใส่ใจดูแลตนเองให้มากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง”

            พว.สุภาพ  อิ่มอ้วน  กล่าวต่อไปว่า  “ปัจจุบันพบว่าคนไข้ใช้ยาสมุนไพรควบคู่กับยาความดันโลหิตสูง มีผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดภาวะไตวาย  คนไข้บางคนกินคลอโรฟิลล้างพิษควบคู่ยาความดันทำให้การทำงานของไตลดลง บางรายกินยา “สมุนไพร 33 ชนิด” ควบคู่กับยาความดันโลหิต  จนเกิดภาวะบวมทั่วร่างกาย ต้องส่งเข้ารับการรักษาโรคไต อีกรายเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จึงกินสมุนไพรแบบมัดนำมาต้มกินไม่ถึงสัปดาห์ปัสสาวะเป็นเลือดเมื่อมาพบแพทย์ พบว่ามีเม็ดเลือดแดงแตก เกิดภาวะตับวายและไตวาย  คนไข้อีกรายกินแคปซูลเม็ดละ 50 บาท เมื่อเจาะเลือดพบว่าภาวการณ์ทำงานของไตลดลงเรื่อย ๆ เมื่อหยุดกินยาแคปซูล ไตเริ่มฟื้นตัวขึ้น  และสมุนไพรหนานเฉาเหว่ยเมื่อคนไข้กินควบคู่ยาความดัน ทำให้ความดันลดลง แต่น้ำตาลในเลือดกลับสูงขึ้นผิดปกติ จึงต้องกินยาแผนปัจจุบันอย่างเดียว  ทั้งนี้ จากการดูแลผู้ป่วยพบว่าการเกิดสโตร๊คของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เกิดขึ้นเนื่องจากคนไข้บางคนเข้าใจว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงต้องปวดศรีษะ เมื่อไม่ปวดศรีษะจึงหยุดยา ทำให้เกิดโรคสโตร๊คขึ้น  หรือเข้าใจว่าการกินยาควบคุมความดันเป็นเวลานานส่งผลกับการเกิดโรคไตวายจึงหยุดยาเอง ทำให้เกิดโรคสโตร๊ค

            “คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากินยาความดันโลหิตสูงต้องกินตลอดชีวิต ซึ่งไม่เป็นความจริง  หากควบคุมความดันได้ จริงๆ แล้วต้องกินยาควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาหาร ต้องลดหวานมันเค็ม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ การกินยาสม่ำเสมอต้องไม่หยุดยาเอง ไม่ปรับยาเอง อยู่ในการดูแลของแพทย์  ต้องลดความเครียด ภาวะเครียดทำให้หลอดเลือดหดตัว ทำให้ภาวะความดันโลหิตสูง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอ”   พว.สุภาพ  อิ่มอ้วน กล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย 

ข่าว/ภาพ   :   วัชรา   น้อยชมภู


ข่าวอื่นๆในหมวดหมู่

อ่านข่าวทั้งหมด »

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวล่าสุด »

ข่าวหนังสือพิมพ์

อ่านข่าวทั้งหมด »

ปฏิทินกิจกรรม

ดูกิจกรรมทั้งหมด »