เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสถาบันการศึกษาที่ถือกำเนิดขึ้นด้วยปณิธานอันแรกกล้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง ความยากจน และขาดโอกาสทางการศึกษา
วันนี้ ในปี 2569 เมื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นก้าวเข้าสู่ปีที่ 62 แห่งการสถาปนา สถาบันแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพระราชปณิธานในวันนั้นไม่เพียงแค่กลายเป็นจริง แต่ยังก้าวข้ามความคาดหวังไปไกลกว่าที่ใครเคยจินตนาการ โดยก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

วิสัยทัศน์สู่มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก
ด้วยวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก” (A World-Leading Research and Development University) มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างรอบด้าน ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาบน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
เสาหลักที่ 1: ความเป็นเลิศทางวิชาการและนวัตกรรม (Academic Excellence and Innovation)
เสาหลักที่ 2: การบูรณาการหลักการ ESG กับการพัฒนามหาวิทยาลัยอัจฉริยะ (Smart Campus and ESG Integration)
เสาหลักที่ 3: การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน (Optimization of University Resources for Growth and Sustainability)
และ เสาหลักที่ 4: การมีส่วนร่วมของสังคมและชุมชนผ่านวัฒนธรรม (Societal Contribution via Cultural Involvement and Community Integration)
จากมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยเพียง 3 คณะวิชาและนักศึกษา 107 คน ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยขอนแก่นประกอบด้วย 24 คณะวิชา ครอบคลุมกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมถึงสหสาขาวิชา พร้อมศูนย์วิจัยเฉพาะทางและหน่วยงานสนับสนุนที่ทันสมัย สะท้อนถึงพัฒนาการจากสถาบันการศึกษาระดับภูมิภาค สู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรม
การยอมรับในเวทีโลก: ผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน
การได้รับการจัดอันดับจาก Times Higher Education (THE) Impact Rankings ในปี 2026 ยืนยันถึงความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับการจัดอันดับที่โดดเด่น ได้แก่ อันดับ 12 ของโลก ด้านความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) อันดับ 50 ของโลก ด้านการขจัดความหิวโหย (SDG 2) อันดับ 51 ของโลก ด้านการขจัดความยากจน (SDG 1) และ อันดับ 101-200 ของโลก ด้านคุณภาพการศึกษา (SDG 4)
ผลการจัดอันดับเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในทุกระดับ การพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหาร การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนด้อยโอกาส และการพัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
ขณะเดียวกัน ในการจัดอันดับ QS World University Rankings มหาวิทยาลัยขอนแก่นติดอันดับ 951-1000 ของโลก และเป็น อันดับ 6 ของประเทศไทย ส่วนใน THE World University Rankings ได้รับการจัดอันดับ 1201-1500 ของโลก และเป็น อันดับ 6 ของไทย ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของสถาบัน

“Social Devotion” สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่คว้ารางวัล TQC+ ด้านการสร้างประโยชน์ให้สังคม
หัวใจสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่นคือค่านิยมหลัก “อุทิศเพื่อสังคม” (Social Devotion) ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ฝังลึกในทุกภารกิจของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่การผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม การวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและประเทศ (Demand-driven Research) ไปจนถึงการบริการวิชาการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน
ความมุ่งมั่นนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ในงานมอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ประจำปี 2567 มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการอุดมศึกษาไทย ด้วยการเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างประโยชน์ให้สังคม (Thailand Quality Class Plus: Societal Contribution) จากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ
การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เพื่อความยั่งยืน
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่พลิกโฉมอุตสาหกรรม (Disruptive Technologies) การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลง มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เตรียมพร้อมด้วยการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ (Transformation) ผ่าน 11 ยุทธศาสตร์หลัก
ด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเน้นการสอนเป็นการเน้นการเรียนรู้ (Learning Paradigm) พัฒนาหลักสูตรใหม่ที่บูรณาการเทคโนโลยี AI เน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Learning How to Learn) และสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้บัณฑิตพร้อมเป็นผู้นำในการพัฒนาสังคมและทำงานในองค์กรระดับนานาชาติ
ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยเปลี่ยนจากการวิจัยแบบโครงการเดี่ยวเป็นการวิจัยเป็นทีม สร้างผลงานที่มีผลกระทบ (Impact) สูงต่อสังคม พัฒนาระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม (Research & Innovation Ecosystem) เพื่อให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่ที่การตีพิมพ์ แต่ไปสู่การนำไปใช้จริง เกิดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
ด้านความเป็นนานาชาติ มหาวิทยาลัยส่งเสริมให้เกิด Global Learners, Global Alumni และ Global Staff พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายคุณภาพระดับโลกและความร่วมมือกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) เพื่อรองรับ “อีสานใหม่” (New Isan) และยกระดับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยสู่เวทีโลก

Green University สู่ Carbon Neutrality
ในปี 2569 นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย “Green University – KKU Smart City – Carbon Neutrality” ด้วยการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สร้างสุนทรียภาพและพื้นที่สีเขียว พัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
การบูรณาการหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) เข้ากับการพัฒนามหาวิทยาลัยอัจฉริยะ ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นทั้ง “ที่น่าอยู่” (Great Place to Live) และ “ที่น่าทำงาน” (Best Place to Work) ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูง (High Performing University)
มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนโฉมพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Center) ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Sport Park บริเวณบึงสีฐาน Agro Park ที่เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรครบวงจร พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และอุทยานศิลปวัฒนธรรม ที่ต้อนรับประชาชนทุกกลุ่มวัยให้เข้ามาร่วมเรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ศูนย์กลางวิจัยและนวัตกรรมอาเซียน
ด้วยสถานะ “มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ” มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษาของภูมิภาค มีเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก และเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ผลิตผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติชั้นนำ มีการอ้างอิงในวงกว้าง และที่สำคัญคือนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการอนุรักษ์วัฒนธรรม (Creative Economy and Cultural Conservation)
มุ่งสู่ทศวรรษแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงกระแสพระราชดำรัสในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จมาทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 ที่ตรัสว่า “การตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งนั้นเป็นคุณอย่างยิ่ง เพราะทำให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งต่อไปจะเป็นผลดีแก่การพัฒนายกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง”
วันนี้ พระราชปณิธานนั้นได้กลายเป็นความจริงอย่างสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่เพียงแต่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มพัฒนาวิจัยระดับแนวหน้าของโลก และกลายเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในโอกาสครบรอบ 62 ปีแห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมก้าวต่อไปด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเดินหน้าเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของภูมิภาค ด้วยธรรมาภิบาลที่ดีและการเป็นแบบอย่างที่น่าเชื่อถือของสังคม เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป





