“สิริมาร์เก็ต : เมื่อตลาดเล็กๆ กลายเป็นพลังขับเคลื่อนความสุขในการทำงานและสังคมที่ยั่งยืน”

ในยุคที่มหาวิทยาลัยทั่วโลกต่างเร่งเครื่องมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการและการจัดอันดับระดับสากล มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเป็นเลิศ” ที่แท้จริงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงระบบหรือ   โครงสร้างที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้คนทำงานมีความสุขภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ  การใช้ชีวิต เฉกเช่นภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้น ณ โถงชั้น 1 อาคารสิริคุณากร 

เมื่อพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเพียงลานโล่งได้แปรเปลี่ยนเป็นต้นแบบนวัตกรรมทางสังคมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ภายใต้ชื่อ “สิริมาร์เก็ต : ตลาดอิ่มสุข” โครงการที่ไม่ได้เริ่มต้นจากแผนงานที่ซับซ้อน แต่เริ่มจากการสังเกตและใส่ใจในคุณภาพชีวิตเล็กๆ ของคนทำงาน จนกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยสู่เป้าหมายความยั่งยืนระดับสากล

ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ริเริ่มโครงการ ได้สะท้อนภาพจุดเริ่มต้นที่แสนธรรมดาแต่ตรงจุดว่า แรงบันดาลใจนี้เกิดจากการสังเกตเห็นพฤติกรรมของบุคลากรในอาคารสิริคุณากรที่ต้องหอบหิ้วกับข้าวมาเอง หรือสั่งอาหาร ผ่านระบบเดลิเวอรี่เป็นจำนวนมากในทุกช่วงเวลา ทั้งมื้อเช้า กลางวัน ไปจนถึงมื้อค่ำยามต้องทำงานล่วงเวลา สิ่งนี้สะท้อนว่าพื้นที่โดยรอบอาคารยังขาดแหล่งอาหารที่เข้าถึงง่ายและมีคุณภาพ

“จุดเริ่มต้นจริงๆ มันเกิดจากที่เราเห็นว่าบริเวณรอบข้างของตึกเรายังไม่มีแหล่งอาหารให้กับบุคลากรเลย การทำงานอย่างมีความสุขมันต้องประกอบไปด้วยหลายอย่าง และแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้บุคลากรไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปข้างนอก ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ช่วยลดพลังงาน และมีความสุขในการจับจ่ายอาหารที่มีคุณภาพราคาประหยัด” ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ กล่าว

จากปัญหาเหล่านี้ ทีมงานจึงนำมาตีโจทย์เข้ากับยุทธศาสตร์ที่ 4 “สร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นที่น่าทำงาน (Best Place to Work)” โดยออกแบบโมเดล “เศรษฐกิจแห่งความเชื่อใจ” (Trust-based Economy) ที่นำเอาระบบ Self-Service มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ให้ผู้ซื้อเลือกหยิบสินค้าและสแกนจ่ายเงินด้วยตนเองผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นการบ่มเพาะวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นในองค์กร ควบคู่ไปกับการบริหารงานเชิงบูรณาการ ผ่านความร่วมมือของหลายภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชนิดที่วางจำหน่ายจะต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้น ซึ่งในประเด็นนี้ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน ได้เล่าถึงขั้นตอนการทำงานว่า

“เรามีการคัดกรอง 2 ระดับ ระดับแรกเราดูเรื่องคุณภาพ ผักควรเป็น GAP หรืออินทรีย์ อาหารต้องวางในอุณหภูมิปกติได้โดยไม่เน่าเสีย ส่วนเลเวลที่สองคือ ‘ฟีดแบ็กอัตโนมัติ’ จากผู้ที่มาจับจ่าย อันไหนขายหมดเร็ว นั่นคืออร่อย คือของดี และประหยัดกระเป๋าตังค์ด้วย ซึ่งมันเป็นการคัดกรองไปในตัว”

4 เดือนหลังเปิดตัว ตลาดเล็กๆ แห่งนี้ได้เริ่มผลิดอกออกผลเบ่งบานเกินกว่าเป้าหมายการเป็นแหล่งเสบียง แต่ได้กลายมาเป็นพื้นที่สร้างอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ กิจกรรมเหล่านี้นับเป็นการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างเป็นรูปธรรม ในหลายมิติพร้อมกัน ตั้งแต่การขจัดความหิวโหยด้วยอาหารคุณภาพ (SDG 2) ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะที่ดี (SDG 3)

“สิริมาร์เก็ตไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่มันคือเรื่องของความสุขในการทำงานและการสร้างรายได้ให้บุคลากรโดยไม่รู้ตัว หลายคนทำกันเป็นครอบครัว สามีไปซื้อของ ภรรยามาเตรียมอาหาร ช่วยกันทำเพื่อให้ทันมาขายตอนเช้า มันกลายเป็นความรักความสามัคคีที่เกิดขึ้นในครอบครัว เป็นตัวช่วยเรื่องสุขภาพจิตและความเข้มแข็งของบ้านได้ดีมาก” ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ อธิบายเพิ่มเติมถึงมิติทางสังคมที่เกิดขึ้น

นอกจากมิติภายในองค์กรแล้ว สิริมาร์เก็ตยังขยายขอบเขตพลังแห่งการแบ่งปันไปสู่ชุมชนภายนอกด้วยการเปิดพื้นที่ให้วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรเครือข่าย และกลุ่มเปราะบาง เช่น สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก นำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายเป็นประจำทุกเดือน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสพึ่งพาตนเองได้ (SDG 10) อีกทั้งยังส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบ (SDG 12) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดระยะทางการเดินทางหาซื้ออาหาร (SDG 13)

“ความยั่งยืนคือความต่อเนื่อง ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงตั้งคณะกรรมการแต่ละ SDG ขึ้นมาเพื่อดูแลรับผิดชอบโครงการให้มั่นคง ไม่ใช่ทำแค่ปีนี้แล้วจบไป ในส่วนของสิริมาร์เก็ตเราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ ให้ Supply และ Demand สัมพันธ์กัน เพื่อให้ตลาดอยู่ได้อย่างยั่งยืนจริงๆ”

ก้าวต่อไปของสิริมาร์เก็ตจึงไม่ได้อยู่แค่การเป็นพื้นที่ซื้อขาย แต่คือการพิสูจน์ว่าความเป็นเลิศที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยเกิดจากการทำให้คนมีความสุข ความสำเร็จของพื้นที่นำร่องแห่งนี้เริ่มได้รับความสนใจ  จากหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและต้องการนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรในส่วนงานของตน

“ณ วันที่เปิดงาน มีหลายคณะบอกว่าอยากจัดแบบนี้บ้าง อยากให้มหาวิทยาลัยไปทำตามคณะต่างๆ ซึ่งเรามองว่าที่นี่คือโมเดลนำร่อง ต้นแบบที่เราสามารถถ่ายทอดวิธีการจัดการระบบให้หน่วยงานอื่นนำไปใช้กับบุคลากรและนักศึกษาของตนเองได้เลย มันเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างแหล่งอาหารและสร้างความสุขให้กับคนในพื้นที่” ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ กล่าวปิดท้าย

ท้ายที่สุด สิริมาร์เก็ตได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความยั่งยืนและวิถีแห่งความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากนโยบายที่ยิ่งใหญ่หรือซับซ้อน แต่สามารถหยั่งรากขึ้นได้จากความใส่ใจในสิ่งพื้นฐานรอบตัว การเปลี่ยนลานโล่งให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความอิ่มสุขในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง แต่คือการยืนยันว่าเมื่อ “คนทำงานมีความสุข” พื้นที่แห่งนั้นย่อมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพลังที่พร้อมจะขับเคลื่อนครอบครัว องค์กร และสังคมให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

 

 

Scroll to Top