สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น (ทสจ.) และ เทศบาลตำบลบ้านค้อ เปิดตัวโครงการ “ชุมชนต้นแบบการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากเหง้ามันสำปะหลังเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) โดยได้รับเกียรติจาก นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักบริการวิชาการ โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 80 คน

นายนเรศ ชมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า สืบเนื่องจากปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีสาเหตุหลักประการหนึ่งคือการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในที่โล่ง โครงการนี้จึงถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการนำวัสดุเหลือทิ้ง อาทิ เหง้ามันสำปะหลัง ใบอ้อย และตอซังข้าว มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็น “ถ่านอัดก้อนไร้ควัน” และผลิตภัณฑ์ดูดซับกลิ่น ซึ่งเป็นการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ (Waste to Value)

ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ลงสู่ชุมชนเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยตำบลบ้านค้อถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่มหาวิทยาลัยได้เข้ามาดำเนินงานแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งมิติด้านสาธารณสุข การส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาด้านการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

ด้าน นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานในพิธี ได้มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเน้นย้ำหลักการ “ทำน้อย ได้มาก” (Doing more with less) และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อลดความจำเป็นในการขยายพื้นที่เพาะปลูกและการเผาทำลายเศษวัสดุ ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่คนรุ่นหลัง

นายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตำบลบ้านค้อมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังกว่า 7,000 ไร่ การดำเนินโครงการนี้จึงสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และจะเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับเกษตรกรกว่า 17,000 คนในตำบล

นอกเหนือจากนั้นยังมีการจัดกิจกรรมบรรยายพิเศษเรื่องสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) และผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น รวมถึงการฝึกปฏิบัติการ (Workshops) แปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านอัดก้อนไร้ควันและถ่านดูดซับกลิ่น ให้เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เสริมต่อไป



























