เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “Diplomacy and International Partnership Forum on Higher Education, Science, Research and Innovation 2026” ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคและการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น” โดยมี นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและดิจิทัลมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกล่าวต้อนรับ ในการนี้มีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต 32 ประเทศ ผู้บริหารจากมหาวิทยาลัย 15 แห่ง และสถาบันวิจัย 14 แห่ง เข้าร่วมงานกว่า 110 ท่าน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันแนวคิด “การทูตเชิงวิทยาศาสตร์” (Science Diplomacy) โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้และสัมผัสวัตกรรมที่กำลังสร้างสรรค์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับบุคคลผู้เปี่ยมด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นจากทั่วทุกมุมโลก “อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นับเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาคของเรา มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีปณิธานว่างานวิจัยของเราจะต้องไม่อยู่บนหิ้ง แต่เราต้องการผลักดันให้งานเหล่านั้นออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม เรามุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เทคโนโลยีที่ชาญฉลาดขึ้น และการสร้างโลกที่ยั่งยืน”
นอกจากนั้น รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและดิจิทัล ยังได้เน้นย้ำถึงเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นว่า “สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างคือการนำเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษชาวอีสานมาต่อยอดด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพให้เกษตรกรและธุรกิจในท้องถิ่นสามารถก้าวไปแข่งขันได้ในระดับโลก การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่ขอให้ทุกท่านมองว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นคือประตูบานสำคัญที่จะพาทุกท่านไปสู่ภูมิภาคเอเชีย เราเปิดกว้างเสมอสำหรับไอเดียใหม่ๆ มิตรภาพใหม่ๆ และหนทางใหม่ๆ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาของโลก”

นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างพันธมิตรนานาชาติผ่านมุมมองของ “ทูตทางวิทยาศาสตร์”
“เราเชื่อมั่นว่าการทูตทางวิทยาศาสตร์เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน และผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สถาบันการศึกษา องค์กรวิจัย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันเผชิญความท้าทายและขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน การเลือกจัดงานที่จังหวัดขอนแก่นและภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ ต้องการแสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และส่งเสริมองค์ความรู้ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างกลมกลืน”ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ กล่าว

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเผยว่า การประชุมนี้ยังทำหน้าที่เป็นเวทีเปิดสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักการทูต นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อแสวงหาโอกาสในความร่วมมือในอนาคต การแบ่งปันองค์ความรู้ และการสร้างพันธมิตรที่แน่นแฟ้น “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและมิตรภาพที่ยาวนานระหว่างประเทศไทยและพันธมิตรนานาชาติ บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและเป้าหมายที่เป็นหนึ่งเดียว”
ภายหลังพิธีเปิด รศ.ดร.ธีรวัฒน์ เหล่านภากุล รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอเรื่อง “บทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของอุทยานวิทยาศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาค ตามด้วยการบรรยายหัวข้อ “อุตสาหกรรมเกษตร-อาหาร และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดย ศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ นางสาวลัลน์ลลิต สุคนธรัตนสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัลน์ลลิต อะกริฟู๊ดส์ จำกัด ที่นำเสนอภาพรวมการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในภูมิภาคผ่านการบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงบ่าย คณะผู้เข้าร่วมโครงการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อเยี่ยมชมนวัตกรรมที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย โรงงานต้นแบบด้านอาหาร (Food Pilot Plant) โรงงานแบตเตอรี่และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ KKUVolts ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิวัติพลังงานสะอาด และโรงงานต้นแบบผลิตแมลงอุตสาหกรรม ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการผลิตอาหารที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมงานเกษตรภาคอีสาน 2569 ซึ่งเป็นเวทีจัดแสดงนวัตกรรมการเกษตร งานวิจัย และเทคโนโลยี รวมถึงการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจเกษตรที่ยั่งยืนของภูมิภาค โดยในวันถัดไป คณะผู้บริหารจะเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สำหรับโครงการ “Diplomacy and International Partnership Forum on Higher Education, Science, Research and Innovation 2026″เป็นการรวมตัวของผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตทั้ง 32 ประเทศ ครอบคลุมทั้งกลุ่มยุโรป เอเชีย อาเซียน และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีทั้งเอกอัครราชทูตและรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 15 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงตัวแทนจากสถาบันวิจัยและหน่วยงานรัฐยุทธศาสตร์ 14 แห่ง อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น


























