นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการเกษตรไทย เมื่อ นายคนิน คำมา และ นางสาวธีรธาดา แก้วพิภพ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 สาขา Information Technology จากเวทีการประกวดโครงงานวิศวกรรมเกษตรระดับนานาชาติ CIGR Engineering Student International Competition จัดโดย CIGR ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นองค์กรวิชาการที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 โดยมีทีมจากนานาประเทศทั่วโลก ทั้งอินเดีย อินโดนีเซีย บราซิล สเปน สหรัฐอเมริกา และศรีลังกา เข้าร่วมแข่งขันรวมหลายพันทีม และนี่คือทีมแรกและทีมเดียวจากประเทศไทยที่สามารถคว้าชัยชนะในระดับนี้ได้สำเร็จ


จุดเริ่มต้นของผลงานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้นจากชีวิตจริงของลูกหลานชาวไร่ทั้ง 2 คน นายคนิน และ นางสาวธีรธาดา ต่างเป็นนักศึกษาทุนโควตาบุตรบุคลากรด้านการเกษตร ที่ผูกพันกับไร่อ้อยมาตั้งแต่เยาว์วัย โดย นายคนิน เป็นบุตรของเกษตรกรชาวไร่อ้อยรายใหญ่ในจังหวัดเลย ส่วนนางสาวธีรธาดา มีครอบครัวผูกพันกับอุตสาหกรรมน้ำตาลมาโดยตลอด ความเข้าใจปัญหาจากประสบการณ์ตรงจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้ทั้งคู่เลือกพัฒนาโครงงานวิจัยที่ตอบโจทย์ชีวิตของคนในครอบครัวและเกษตรกรในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
“ผมโตมากับไร่อ้อย เห็นพ่อแม่ทำงานหนักมาตลอด เห็นต้นทุนที่สูง เห็นสารเคมีที่ต้องใช้จำนวนมาก มันฝังอยู่ในใจผมตลอด พอได้มาเรียนที่นี่และได้รู้จัก AI ผมแทบไม่ต้องคิดเลยว่าจะทำโครงงานเรื่องอะไร เพราะคำตอบมันอยู่ที่บ้านผมมาตลอด และผมดีใจมากที่วันนี้ได้นำความรู้ที่ได้ไปช่วยเหลือครอบครัวและพี่น้องชาวเกษตรไร่อ้อยอีกทางหนึ่ง” นายคนิน กล่าวด้วยแววตาเปี่ยมความภาคภูมิใจ
ทั้งสองตั้งใจผลิตผลงานโดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญตรี แสงประชาธนารักษ์ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาโครงงาน ภายใต้ชื่อ “Comparative Study of Weed Detection in Sugarcane Field Using Machine Learning and Deep Learning Models with UAV Imagery” การศึกษาวิจัยด้านการตรวจจับวัชพืชในแปลงอ้อย โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั้ง Machine Learning และ Deep Learning ร่วมกับภาพถ่ายทางอากาศจากโดรน (UAV) เพื่อระบุชนิดของวัชพืชได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้สามารถพ่นสารเคมีได้ตรงจุด ลดการใช้สารเคมีโดยรวม และลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญตรี แสงประชาธนารักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “นักศึกษามีความทุ่มเททั้งการศึกษาหาความรู้วิชาการ การปฏิบัติในพื้นที่จริง เนื่องจากองค์ความรู้ที่ใช้ในโครงงานนี้มันลึกมาก เทียบเท่าปริญญาโทหรือปริญญาเอก แต่นักศึกษาไม่เคยยอมแพ้ ตลอดระยะเวลา 1 ปี เต็มเขามุ่งมั่นมาตลอด สิ่งที่ทำให้โครงงานนี้โดดเด่นคือสิ่งใหม่ ต่อยอดจากงานวิจัยอื่นๆ นักศึกษามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาเป็นผลงานของตนเอง เขียนโปรแกรมเองและศึกษาเรื่อง AI อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังได้ทดสอบในแปลงจริงในสเกลจริง ไม่ใช่แค่แหล่งทดลอง และมีประโยชน์ชัดเจนในเรื่องการลดการใช้สารเคมีในการผลิตพืช โครงการนี้สามารถสร้างประโยชน์แก่สังคมและวงการอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นวงกว้าง” ดร.ขวัญตรี กล่าวด้วยแววตาเปี่ยมสุข
โครงงานนี้พัฒนาโมเดล AI เพื่อวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนในระดับความละเอียดสูง โดยสามารถจำแนกและระบุชนิดของวัชพืชในแปลงอ้อยได้อย่างแม่นยำในเวลาจริง ซึ่งแตกต่างจากการสำรวจด้วยแรงงานคนที่ใช้เวลานานและมีโอกาสผิดพลาดสูง ระบบดังกล่าวยังสามารถบูรณาการเข้ากับอากาศยานไร้คนขับที่ติดตั้งหัวฉีดสารเคมี เพื่อพ่นสารกำจัดวัชพืชได้เฉพาะจุดที่ตรวจพบเท่านั้น ลดปริมาณการใช้สารเคมีได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการพ่นแบบครอบคลุมพื้นที่ทั้งแปลง นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังลดการปนเปื้อนของสารเคมีในดินและแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื้อรังที่ภาคเกษตรกรรมไทยต้องเผชิญมาอย่างยาวนานอีกด้วย

นายคนิน คำมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ เจ้าของผลงาน กล่าวด้วยเสียงมุ่งมั่นว่า “สิ่งสำคัญคืองานวิจัยชิ้นนี้ยังเปิดประตูสู่การต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม โดยกลุ่มทุนน้ำตาลรายใหญ่ของไทย ต่างได้แสดงความสนใจนำเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาต่อในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตอ้อยไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม”
อย่างไรก็ตามเส้นทางของการคว้าแชมป์ ทั้งสองต้องผ่านการทำงานหนักมาตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปี ด้วยองค์ความรู้ที่อาจารย์ที่ปรึกษาเคี่ยวเข็น ลองผิดลองถูก จากการเขียนโปรแกรมพื้นฐาน สู่การประมวลผลภาพและโมเดล AI อย่างไม่ยอมแพ้

“ตอนที่รู้ว่าได้รับรางวัล หนูร้องไห้เลยค่ะ ร้องไห้เพราะดีใจ ร้องไห้เพราะนึกถึงทุกคืนที่นั่งทำงานจนดึก ทุกครั้งที่ล้มเหลวแล้วต้องลุกขึ้นมาใหม่ และนึกถึงเพื่อนที่สู้กันมาตลอดหนึ่งปี เราจะถอดใจไม่ได้ เพราะมีความคาดหวังของกันและกัน ของอาจารย์ และของตัวเองอยู่ รางวัลนี้ไม่ใช่ของหนูคนเดียว มันเป็นของทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน” นางสาวธีรธาดา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นและเปี่ยมด้วยความรู้สึก
รางวัลนี้ไม่ได้มีความหมายแค่ในระดับบุคคล แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของนักวิศวกรเกษตรไทยที่พร้อมแข่งขันในเวทีโลก โดยเฉพาะในยุคที่ภาคเกษตรกรรมต้องการนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญตรี กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “มันตื้นตันมากค่ะ เพราะชื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย ปรากฏบนเรดาร์ระดับโลก รางวัลนี้พิสูจน์ว่าคนไทยก็เก่งไม่แพ้ใครในโลก และในด้านเกษตรเราเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่นำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมเกษตรได้จริง”
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่า นวัตกรรมจากลูกหลานเกษตรกรไทย สามารถเติบโตขึ้นเป็นคำตอบของภาคเกษตรกรรมทั้งประเทศได้ และเป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษารุ่นต่อไปกล้าฝัน กล้าสร้าง และกล้าก้าวสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิใจ
บทความ โดย จิราพร ประทุมชัย กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น





