
วันที่ 7 เมษายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เดินหน้าตอกย้ำบทบาท “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการผนึกความร่วมมือกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระบบการผลิตข้าวและพืชทางเลือกในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมซ้ำซาก โดยลงพื้นที่ชุมชนโนนแต้ ตำบลหนองขาม อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ศาสตราจารย์ ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น มุ่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริงในชุมชน ด้ายการสนับสนุนนักวิจัย พร้อมองค์ความรู้ ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง

ด้านการวิจัยและพัฒนา ผศ.ดร.จิรวัฒน์ สนิทชน และคณะนักวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวนาปี และร่วมออกแบบแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรให้สอดคล้องกับบริบทจริงของชุมชน
ผลการศึกษาพบว่า “ข้าวขึ้นน้ำพันธุ์ชุมแพ” มีศักยภาพสูงในการให้ผลผลิตในพื้นที่น้ำท่วม และมีคุณภาพเทียบเท่าพันธุ์ข้าวเชิงการค้า จึงถูกนำมาใช้เป็นพันธุ์หลักในการขยายเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ เพื่อสร้างฐานการผลิตที่เข้มแข็งและสามารถกระจายสู่เกษตรกรในวงกว้างได้อย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้ส่งเสริมการปลูก “ข้าวเหนียวนาปรังพันธุ์ มข 60-1” ซึ่งมีจุดเด่นคือเป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกในฤดูแล้งและให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลังฤดูน้ำหลาก
ควบคู่กันนั้น ยังมีการศึกษาการปลูก “ถั่วเหลืองพันธุ์ มข 60” เป็นพืชหลังนา โดยพัฒนาเทคนิคการปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน และสนับสนุนระบบเกษตรผสมผสานในระยะยาว
การดำเนินโครงการในระยะนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้าง “ต้นแบบการจัดการเกษตรในพื้นที่เสี่ยงภัย” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์สังคมอย่างแท้จริง

ในมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืน การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับ Sustainable Development Goals โดยเฉพาะ SDG 2: Zero Hunger ที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับ SDG 13: Climate Action ที่ส่งเสริมการปรับตัวของภาคเกษตรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ SDG 1: No Poverty ที่ช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
ท้ายที่สุด โครงการนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะ “พลังขับเคลื่อนสังคม” ที่นำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาจริงในพื้นที่ สร้างโอกาสใหม่ให้ชุมชน และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนอย่างสมดุล









ภาพ/ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น




