นักศึกษาเภสัชฯ-บริหารธุรกิจฯ ร่วมพัฒนานวัตกรรมสมุนไพร ยกระดับวิสาหกิจชุมชนบ้านดงกลาง สู่ตลาดดิจิทัลอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ปี 2569

           มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย สำนักบริการวิชาการ ร่วมกับคณะทำงานนักศึกษาจาก คณะเภสัชศาสตร์ และ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้ “โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2569” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและ ธนาคารออมสิน มุ่งส่งเสริมให้นักศึกษานำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

               การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับขีดความสามารถของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรบ้านดงกลาง อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น ให้สามารถแข่งขันในตลาดยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน สอดรับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะ “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างคุณค่าเพื่อสังคม” โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนซึ่งได้ดำเนินการนำเสนอต่อคณะกรรมการจากธนาคารออมสินไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมุ่งเปลี่ยน “ภูมิปัญญาสมุนไพรบ้านดงกลาง” ให้กลายเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยทีมงานที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งเป้าหมายให้สมุนไพรพื้นบ้านของชุมชนบ้านดงกลางถูกยกระดับขึ้นด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยรีเฟรชร่างกาย ซึ่งอ้างอิงจากฐานงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าถึงตลาดกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

             ความคืบหน้าล่าสุด จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาจากทั้งสองคณะ ได้รายงานความก้าวหน้าที่สำคัญใน 4 ด้าน ดังนี้

  1.  นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: เตรียมทดสอบรสชาติ “สมุนไพรชงดื่ม” ทีมนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ได้หารือร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจนได้ข้อสรุปด้านการพัฒนารสชาติผลิตภัณฑ์แล้ว โดยในการลงพื้นที่ครั้งถัดไป วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ณ อำเภอพระยืน จะมีการจัดกิจกรรม “ทดสอบรสชาติ (Sensory Test)” เพื่อเปรียบเทียบสูตรผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่สมุนไพร (Effervescent) ระหว่างสูตรที่เติมและไม่เติมผงฟู่ และรับฟังความพึงพอใจจากผู้บริโภค เพื่อนำผลที่ได้มาปรับสูตรให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางกาด้าน บรรจุภัณฑ์ ทั้งในรูปแบบ ซอง (Sachet) และ กล่อง (Box) ทีมงานได้ชี้แจงรายละเอียดครบถ้วนแล้ว พร้อมฝึกอบรมให้สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจฯ สามารถดำเนินการบรรจุสินค้าได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน นับเป็นการสร้าง “ความสามารถพึ่งพาตนเอง” ให้ชุมชนอย่างแท้จริง
  2.  การรุกตลาดดิจิทัล: เปิดทุกแพลตฟอร์ม สร้างโอกาสการตลาดใหม่  ทีม MGT (นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี) ได้เร่งพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากตลาดท้องถิ่นสู่ตลาดออนไลน์ระดับประเทศ ดังนี้
    • TikTok จัดตั้งบัญชีใหม่ภายใต้ชื่อ “สมุนไพรเก้าเซียน” วางกลยุทธ์คอนเทนต์ที่ผสมผสานทั้งการให้ความรู้เรื่องสมุนไพร การสาธิตผลิตภัณฑ์ และการเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยตั้งเป้าเพิ่มผู้ติดตามให้ครบ 1,000 คน เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ ไลฟ์สด (TikTok LIVE) และ การปักตะกร้าสินค้า (TikTok Shop)
    • Shopee เตรียมเปิดร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดทั่วประเทศ
    • Facebook ประสานงานเพิ่มทีมผู้ดูแลระบบ (Admin) เพื่อให้สามารถผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ได้อย่างสม่ำเสมอ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

3. การพัฒนาทักษะดิจิทัลชุมชน: สร้างคนให้สร้างงานได้เอง  นอกเหนือจากการเปิดช่องทางตลาดใหม่ ทีมงานยังให้ความสำคัญกับ การถ่ายทอดทักษะดิจิทัลสู่ชุมชน อย่างจริงจัง โดยได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นด้านการถ่ายคลิปวิดีโอ การจัดวางมุมกล้อง และเทคนิคการนำเสนอสินค้าแบบมืออาชีพ พร้อมปรับแผนให้เน้นการ สร้างคอนเทนต์วิดีโอลงเพจอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการนัดฝึก ไลฟ์สดหน้าบูธจริง เพื่อให้สมาชิกชุมชนสามารถบริหารจัดการช่องทางการตลาดออนไลน์ได้ด้วยตนเองอย่างมั่นใจ หลังสิ้นสุดโครงการ

 4. การบริหารการเงิน: รากฐานความมั่นคงของวิสาหกิจชุมชน
ทีม FIN (นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี) ได้จัดทำ แบบฟอร์มบันทึกรายรับ-รายจ่าย (Financial Template) ที่เรียบง่าย ใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านบัญชี ครอบคลุมการบันทึกรายรับจากการจำหน่ายสินค้าทั้งช่องทางออนไลน์และออกบูธ รวมถึงการติดตามต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจฯ สามารถวิเคราะห์ผลกำไรและวางแผนธุรกิจได้อย่างโปร่งใส เป็นระบบ และมีธรรมาภิบาล อันเป็น รากฐานสำคัญ สู่การขยายกิจการในอนาคต

บทสรุป
           การดำเนินงานของทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นในโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงพลังของ “การบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์เพื่อชุมชน” เมื่อนักศึกษาเภสัชศาสตร์นำความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์มาผนวกรวมกับทักษะด้านการตลาดดิจิทัลและการบริหารการเงินของนักศึกษาบริหารธุรกิจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น หากแต่เป็นการสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจชุมชน (Community Business Ecosystem)” ที่สมบูรณ์และยั่งยืน

             มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะยังคงเดินหน้าภารกิจในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม มาใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน เพื่อเปลี่ยน “ของดีบ้านดงกลาง” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และสร้าง “รายได้ที่ยั่งยืน” ให้กับชุมชนอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริง

คณะเศรษฐศาสตร์ มข. เปิดตัว “ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ระดับโลกเพื่อพัฒนา GMS และภูมิภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง” ศูนย์วิจัยแห่งใหม่ขับเคลื่อนการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสู่เวทีโลก

Scroll to Top