เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น วิทยาลัยบริหารงานบุคคลไป่เซ่อ มณฑลกว่างซี สำนักงานจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานภาคี ร่วมจัด “การประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการเพื่อลดความยากจนระหว่างจีน-ไทย” โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับ นางหลิว หงเหมย (Liu Hongmei) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายเกา อี๋ซง (Gao Yisong) รองอธิการบดีสถาบันพัฒนาผู้นำการบริหารกว่างซีป่ายเซ่อ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 150 คน ณ ห้องประชุมพีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการเพื่อลดความยากจนระหว่างไทยและจีน พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูชนบทในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นางหลิว หงเหมย (Liu Hongmei) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “นับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศในปี พ.ศ. 2521 สาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและช่วยให้ประชากรกว่า 800 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งสำคัญของการพัฒนาประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการลดความยากจนคือการบริหารจัดการที่แม่นยำและตรงจุด ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรรมเฉพาะทาง การท่องเที่ยวชนบท และการค้าอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชน”
นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ยังได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสนับสนุนการพัฒนาอาชีพแก่กลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนผลักดันพันธมิตรหุ้นส่วนโลกเพื่อการลดความยากจนและการพัฒนาเพื่อขยายความร่วมมือสู่ระดับนานาชาติ สะท้อนพลังของความร่วมมือในการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ในโอกาสเดียวกัน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามแนวทาง ESG ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
“ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้สถาบันได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสามารถครองอันดับ 1 ของประเทศไทยในเป้าหมายการยุติความยากจน (SDG 1: No Poverty) จากการประเมินของ Times Higher Education Impact Rankings ต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อน (พ.ศ. 2565-2567) และพร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เข้มแข็งและลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว” อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว
ด้าน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย สะท้อนมุมมองว่า “การแก้ไขปัญหาความยากจนไม่อาจสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมย้ำว่าความยากจนไม่ใช่ DNA และไม่ใช่ชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยยังคงยึดหลักบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เป็นภารกิจสำคัญ โดยมุ่งพัฒนากลไกการทำงานในระดับพื้นที่ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง”
ขณะที่ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้บทเรียนความสำเร็จจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่
นายเกา อี๋ซง (Gao Yisong) รองอธิการบดีสถาบันพัฒนาผู้นำการบริหารกว่างซีป่ายเซ่อ กล่าวเน้นย้ำว่า “กุญแจสำคัญของการเอาชนะความยากจน คือการพัฒนาคนและการสร้างความตระหนักรู้ร่วมกัน พร้อมถ่ายทอดบทเรียนจากเมืองไป่เซ่อ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ที่สามารถพลิกฟื้นพื้นที่ห่างไกลให้กลายเป็นฐานการผลิตทางการเกษตรและนวัตกรรมชุมชนที่เข้มแข็ง”
นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมุ่งกระชับความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสู่ท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการแก้ไขปัญหาความยากจนที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย
การประชุมความร่วมมือจีน-ไทยด้านการลดความยากจนครั้งนี้ สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ ในการถ่ายทอดบทเรียนความสำเร็จจากจีนสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอีสานของไทย ซึ่งยังเผชิญความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดนวัตกรรมชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิสัยทัศน์ร่วมของทั้งสองประเทศ
ข่าว : จิราพร ประทุมชัย , ก่อคุณ เหรียญทอง นักศึกษาฝึกงาน สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ภาพ : อรรถพล ฮามพงษ์
















