สำนักบริการวิชาการ มข. ชูโมเดล BCG ต่อยอด “สมุนไพรสะเดา” สู่ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัด ลดรายจ่าย-ต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน

          เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักบริการวิชาการ ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จัดโครงการ “การผลิตยาสมุนไพรสำหรับสัตว์เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน” ณ ศาลากลางบ้านหมู่ที่ 3 บ้านห้วยเสือเต้น ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดความรู้การผลิตแชมพูและสเปรย์กำจัดเห็บหมัดจากสมุนไพรสะเดาให้แก่เกษตรกร มุ่งลดรายจ่ายในครัวเรือน ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย และเตรียมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model)

        บูรณาการองค์ความรู้สัตวแพทย์สู่ชุมชน โครงการดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการอุทิศเพื่อสังคม โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.จรีรัตน์ เอี่ยมสะอาด อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา และหัวหน้าห้องปฏิบัติการเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดความรู้ ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีเกี่ยวกับสรีรวิทยาผิวหนังของสัตว์ และภาคปฏิบัติการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากรท้องถิ่นและส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมสมุนไพรสะเดาเพื่อสัตว์เลี้ยง ในการฝึกปฏิบัติ เกษตรกรได้เรียนรู้การนำสารสกัดจากใบสะเดา ซึ่งมีสารสำคัญชื่อ “อะซาดิแรคติน” (Azadirachtin) ที่มีฤทธิ์รบกวนการเจริญเติบโตและทำให้ไข่ของเห็บหมัดฝ่อ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์หลัก 2 ชนิด ได้แก่

  • แชมพูสมุนไพรสะเดา: การนำสารสกัดใบสะเดาผสมกับสารทำความสะอาดที่อ่อนโยน (Taxapon N40) และสารเพิ่มฟอง เพื่อใช้ทำความสะอาดผิวหนังและกำจัดปรสิตภายนอกในขั้นตอนเดียว
  • สเปรย์สมุนไพรสะเดา: การใช้สารสกัดสะเดาเข้มข้นผสมกลีเซอรีนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น สามารถฉีดพ่นบนตัวสัตว์หรือบริเวณที่นอน เพื่อกำจัดเห็บหมัดและตัดวงจรการระบาดที่ต้นตอ

          มุ่งเป้า OTOP ยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลัก SDGs นางชลาลัย ภูโทถ้ำ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ และหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า นอกจากการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว โครงการนี้ยังมีเป้าหมายในการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่การเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) เพื่อสร้างรายได้เสริม โดยเน้นการใช้สมุนไพรที่หาได้ง่ายในพื้นที่ เช่น สะเดา ขมิ้นชัน และตะไคร้หอม ซึ่งสอดคล้องกับหลัก “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) ที่คำนึงถึงความปลอดภัยของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในด้านการขจัดความยากจน (Goal 1) และการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนา (Goal 17) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม

(ข้อมูลโครงการ: นางชลาลัย ภูโทถ้ำ หัวหน้าโครงการ / นางสาวเสาวลักษณ์ ราชำ, นางสาวอุมาพร ปาลสาร ผู้ร่วมดำเนินโครงการ / ภาพ: นางชลาลัย ภูโทถ้ำ)

Scroll to Top