มข. ร่วมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ถอดบทเรียนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไต้หวัน ชูยุทธศาสตร์ “Talent Ecosystem” มุ่งปฏิรูปการศึกษาขั้นสูงของไทย

           มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยกระดับการศึกษาขั้นสูงด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในโครงการฝึกอบรมระดับนานาชาติ “Global Elite Practical Training Program: AI Empowerment and Semiconductor Supply Chain Resilience” ณ กรุงไทเป ไต้หวัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและสถาบันชั้นนำระดับโลก เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 


            นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย และประธานคณะทำงานด้านการจัดทำหลักสูตรด้าน Semiconductor กับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศ พร้อมด้วย ดร.วันวิสาข์ วรรณพิพัฒน์ ผู้อำนวยการ KKU Academy ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ กรุงไทเป และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลงหัว (Lunghwa University of Science and Technology: LHU) สถาบันชั้นนำด้านนวัตกรรมของไต้หวันที่มีชื่อเสียงในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงตอบโจทย์ภาคเอกชน

รองศาสตราจารย์ ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย และ
ประธานคณะทำงานด้านการจัดทำหลักสูตรด้าน Semiconductor กับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศ

          รองศาสตราจารย์ ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย และประธานคณะทำงานด้านการจัดทำหลักสูตรด้าน Semiconductor กับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศ   กล่าวว่า “การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้เปิดโอกาสให้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้ดึงเครือข่ายผู้นำระดับโลก สู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเชื่อมตรงวิสัยทัศน์กับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรม  ตลอดจนหน่วยงานด้านนโยบาย อาทิ  อาทิ อดีตผู้บริหาร R&D จาก TSMCZhen Ding Tech Group,  Qisda Group,CTO, Delta Electronics, LHU,  III และ Atenlab นอกจากนี้ยังเป็นการสานพลังเครือข่ายไทยทั้ง 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย พร้อมสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPO) รวมถึงภาคเอกชน อาทิ WecanInfoTech และ GEARLAB สอดคล้องกับภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น คือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง โดยเชื่อมโยง 3 ภาคส่วนหลัก คือ มหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม ทั้งในและต่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรมชั้นนำ ควบคู่กับการสร้างบุคลากรครูต้นแบบผ่านโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ เพื่อผลิตผู้เชี่ยวชาญไทยที่จะไปถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้านห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทยต่อไป”

           การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้เปิดโอกาสให้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้ดึงเครือข่ายผู้นำระดับโลก สู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเชื่อมตรงวิสัยทัศน์กับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรม อาทิ Dr. Konrad Young (อดีตผู้บริหาร R&D จาก TSMC), Dr. Chen-Fu Chien (Zhen Ding Tech Group), Dr. Cally Ko (President, Qisda Group), Dr. Huang-Jen Chiu (CTO, Delta Electronics), Dr. Po-Hsueh Chang (LHU), คุณ Su Nai-Wei (III) และ Dr. City Liu (Atenlab) นอกจากนี้ยังเป็นการสานพลังเครือข่ายไทยทั้ง 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยบูรพา, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนหน่วยงานด้านนโยบาย อาทิ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPO) รวมถึงภาคเอกชน อาทิ WecanInfoTech และ GEARLAB

 

          

         ดร.วันวิสาข์ วรรณพิพัฒน์ ผู้อำนวยการ KKU Academy มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า “การเดินทางมาดูงานที่ไต้หวันในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ KKU Academy ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ไม่มีพรมแดน โดยเราจะนำโมเดลความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมที่ได้เห็นจากไต้หวัน มาต่อยอดพัฒนาหลักสูตรและคอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่น ควบคู่กับการยกระดับระบบ LMS และสื่อการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล และนำองค์ความรู้ระดับโลกกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ยังได้ถอดบทเรียนสู่แนวทางพัฒนา KKU Academy จากการเข้าร่วมโครงการ คณะผู้แทน มข. ได้สรุปบทเรียนสำคัญที่จะนำมาปรับใช้ในการพัฒนา KKU Academy ดังนี้

  1. Think Big, Start Small, Fail Fast   ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไต้หวันเกิดจากระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการ (Demand) ที่แท้จริงของตลาด
  2. From Pipeline to Talent Ecosystem   การก้าวข้ามจากรูปแบบการผลิตบุคลากรแบบเดิม สู่แนวคิด “Made-to-Order Talent” ที่เปิดให้มหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมร่วมกันออกแบบหลักสูตร (Co-design) ผ่านการเรียนรู้จากโจทย์จริงในรูปแบบโครงงานฐาน (Capstone Project)
  3. The Most Wanted AI Skill   ทักษะที่มีความสำคัญยิ่งกว่าการเขียนโปรแกรมในยุคปัจจุบัน คือ ความสามารถในการมองให้ออกว่าปัญหาทางธุรกิจใดที่คุ้มค่าแก่การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้แก้ไข
  4. Campus-Industry Living Lab   การสร้างพื้นที่จำลอง (Digital Twin) ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกแก้ปัญหาจากโจทย์จริง (Problem Bank) อันจะช่วยย่นระยะเวลาตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญของ มข. ในการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกำลังคนของประเทศ และร่วมเป็นฟันเฟืองหลักในการผลิตบุคลากรทักษะสูง เพื่อตอบโจทย์การลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืน

Scroll to Top