เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และอุทยานวิทยาศาสตร์ มข. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดงาน “Sustainability For All 2026 : ร่วมคิด ร่วมสร้างสรรค์ ร่วมพัฒนา อย่างยั่งยืน” โดยมีนิทรรศการและร้านค้ากว่า 50 บูธ จากกลุ่มผู้ประกอบการชุมชนจังหวัดขอนแก่น พร้อมกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม แฟชั่นโชว์ เวิร์กชอป และเวทีเสวนาวิชาการตลอดทั้งสองวัน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส
งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยง “องค์ความรู้-นวัตกรรม-ชุมชน-ตลาด” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และผู้สูงวัย ได้มีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทาง ESG ของมหาวิทยาลัย
ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี เกษตรจังหวัดขอนแก่น โดย นายสันติภาพ โทนหงส์สา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น โดยนางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ และพัฒนาการจังหวัดขอนแก่น โดยนางจิรภา เชื้อดวงผุย การลงนามครั้งนี้ นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน
นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ว่า “มหาวิทยาลัยขอนแก่นและภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน Sustainability For All 2026 ขึ้น เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ของความร่วมมือในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เพื่อสร้างและส่งต่อโอกาสให้ลูกหลานในพื้นที่ สร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาทักษะ ให้ผู้พิการมีรายได้และได้แสดงศักยภาพของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน”
ด้าน รศ. นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงาน Sustainability For All 2026 ว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคม” โดยเชื่อว่าองค์ความรู้จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนพลังความร่วมมือให้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ อาทิ เศษผ้า ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ พร้อมย้ำว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ทำงานแบบไซโล (Silo) แต่จะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ประกอบการชุมชนต้องสามารถขายสินค้าได้จริงและเกิดรายได้จริง ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับชุมชน ที่จะขยายผลกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจประเทศต่อไป
ส่วน อาจารย์อภิญญา อาษาราช รองผู้อำนวยการศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การนำมิติศิลปวัฒนธรรมและงานสร้างสรรค์เข้ามาผสมผสานกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในงานครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดังตัวอย่างโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่ออัตลักษณ์ชุมชนอำเภออุบลรัตน์ ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ได้ร่วมกับชุมชนออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมอัตลักษณ์ชุมชน สะท้อนให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เพียงถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบเท่านั้น แต่กำลังช่วยชุมชนค้นหาและออกแบบคุณค่าของตัวเองอย่างยั่งยืน
และนางกันยา สังฆะสี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตัดเย็บบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ให้ข้อมูลว่า หลังจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้ามาให้ความรู้และคำแนะนำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถปรับโครงสร้างการทำงานเป็นกลุ่มย่อย ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีคุณภาพมากขึ้น จนสามารถออกบูธจำหน่ายสินค้าในงานต่างๆ ของภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้สมาชิกในกลุ่มอย่างมั่นคง และเป็นกำลังใจให้ชุมชนพัฒนาต่อไปในระยะยาว
โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น https://enso.kku.ac.th/
ข่าว : โสภิดา ซารัมย์
ภาพ : จิราพร ประทุมชัย



























