เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา กลุ่มวิชาเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดการนวัตกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเวนต์เชิงธุรกิจ (CEMBEI) จัดงานสัมมนา “SILK NEXT: ขับเคลื่อนนวัตกรรมผ้าไหม วัฒนธรรม ด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ (Khon Kaen Silk Innovation Lab)” เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองระหว่างมหาวิทยาลัยภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อร่วมค้นหาแนวทางยกระดับผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่นจากทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดลฤทัย โกวรรธนะกุล อาจารย์ความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเวนต์เชิงธุรกิจ (CEMBEI) คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมและนำเสนอผลลัพธ์จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ Ten x Coffee & Co-Working Space ขอนแก่น

สำหรับงานสัมมนา SILK NEXT เป็นเวทีที่มุ่งแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาผ้าไหมมัดหมี่ จากการเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย สู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Creative Economy, MICE, International Trade และ Cultural Experience โดยใช้ศักยภาพของอุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อ เครือข่ายธุรกิจ และตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับความพร้อมของผู้ผลิตในด้านมาตรฐาน กำลังการผลิต การออกแบบ การส่งออก และการเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่นในการก้าวสู่ตลาดสากล
แนวคิดการยกระดับผ้าไหมสู่ตลาดสากลยังสอดรับกับโอกาสสำคัญของจังหวัดขอนแก่นในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) ในปี 2570 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เวทีเจรจาธุรกิจการท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่สำคัญของประเทศไทยจะจัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยงานดังกล่าวจะเป็นอีกพื้นที่สำคัญในการนำทุนทางวัฒนธรรมของอีสาน ทั้งผ้าไหมมัดหมี่ ศิลปะการแสดง และอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาพัฒนาเป็นสินค้า ประสบการณ์ และเรื่องราวทางการท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและตลาดระดับนานาชาติได้มากยิ่งขึ้น
ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ “ขับเคลื่อนผ้าไหมขอนแก่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คาร์บอนต่ำ และตลาดไมซ์ระดับนานาชาติ” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ คุณธนพร ศิริลักษณ์ ผู้จัดการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา นายกสมาคมไหมไทยและสิ่งทอจังหวัดขอนแก่น คุณนงค์นุช อุดมคำ พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น และ คุณจิรภา เชื้อดวงผุย พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยการแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ร่วมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมผ้าไหมขอนแก่น: ชุมชน ผู้ประกอบการ การออกแบบ และสื่อสารสู่ตลาดโลก” โดยมีผู้ประกอบการและผู้แทนหน่วยงานด้านผ้าไหมและวัฒนธรรมร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ คุณวิญญู อินทร์โก ผู้บริหารบ้านผ้าไหมชนบท จังหวัดขอนแก่น คุณจิระเมศร์ จันชานิธิสกุล ผู้บริหารร้านมงคลไหมไทย จังหวัดขอนแก่น คุณกฤติมา อนัดคะทัด ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศาลาไหมไทย จังหวัดขอนแก่น และ คุณชุติกาญจน์ รัชตะปิติ ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอและสาธิตนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยวและไมซ์ผ่านแพลตฟอร์มต้นแบบ “SilkSoul Journey: Digital Passport Prototype” ผลงานของนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการท่องเที่ยว คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับเรื่องราวของผ้าไหม การท่องเที่ยว และชุมชน ผ่านแนวคิด AI Trip Planner, NFC Digital Product Passport, AI Guide & Storytelling และ Community Explorer เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับผลิตภัณฑ์ ช่างทอ และชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มคุณค่าให้ทั้งสินค้าและประสบการณ์การท่องเที่ยว
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ถูกนำเสนอภายในเวที คือ “3M Model: Medical – MICE – Mudmee” ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่เชื่อมโยงทุนและองค์ความรู้สำคัญของขอนแก่น ได้แก่ องค์ความรู้ด้านสุขภาวะและการพัฒนาเมือง อุตสาหกรรมไมซ์ และทุนทางวัฒนธรรมจากผ้าไหมมัดหมี่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และต่อยอดศักยภาพของขอนแก่นสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน MICE และเมืองแห่งผ้าไหมอย่างยั่งยืน

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดลฤทัย โกวรรธนะกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเวนต์เชิงธุรกิจ: CEMBEI)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดลฤทัย โกวรรธนะกุล อาจารย์ความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเวนต์เชิงธุรกิจ (CEMBEI) คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า แนวคิด “3M Model: Medical – MICE – Mudmee” เป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัยและประสบการณ์การทำงานร่วมกับเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงกับทุนและศักยภาพที่ขอนแก่นมีอยู่ และนำไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับเมืองอย่างเป็นระบบ โดยไม่ได้มองงานวิจัยเป็นเพียงองค์ความรู้ที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย แต่ต้องการนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับผู้คน ธุรกิจ วัฒนธรรม ตลาด และศักยภาพของพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ทดลอง และต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าร่วม หรือ Destination Value Creation
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดลฤทัย กล่าวต่อว่า 3M Model ประกอบด้วย 3 ทุนสำคัญของขอนแก่น ได้แก่ Medical หรือ Healthy City ซึ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านสุขภาวะ คุณภาพชีวิต และการพัฒนาเมือง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน MICE หรือ Business & Visitor Economy ที่ใช้ศักยภาพของอุตสาหกรรมการประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า เป็นกลไกเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ องค์ความรู้ และเครือข่าย สร้างกิจกรรมและโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเมือง และ Mudmee หรือ Cultural & Creative Economy ที่มุ่งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของผ้าไหมมัดหมี่ผ่านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ เพื่อยกระดับมัดหมี่จากงานหัตถกรรมสู่ Living Heritage ที่สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการและชุมชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดลฤทัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ 3M Model ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างกรอบแนวคิดขึ้นใหม่โดยปราศจากฐานเดิม หากแต่เป็นการต่อยอดจากพัฒนาการของขอนแก่นที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 ขอนแก่นได้รับการประกาศเป็น MICE City ของประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์และเศรษฐกิจจากการจัดงานของเมือง ขณะที่ในปี 2561 จังหวัดขอนแก่นได้รับการรับรองเป็น World Craft City for Ikat (Mudmee) จาก World Crafts Council สะท้อนถึงศักยภาพด้านทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไหมมัดหมี่ของพื้นที่ จากนั้น ในปี 2567 ได้มีการต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthy City และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ปี 2568 ขยายองค์ความรู้ไปสู่ Living Heritage Tourism, Festival Economy และ Silk Economy ก่อนนำองค์ความรู้และศักยภาพที่สั่งสมมาบูรณาการเป็นกรอบ Medical (Healthy City) – MICE – Mudmee หรือ 3M Model ในปี 2569 และถ่ายทอดผ่านเวที SILK NEXT เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ผู้คน ธุรกิจ วัฒนธรรม และตลาด สู่การสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้กับขอนแก่นอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดงาน SILK NEXT: ขับเคลื่อนนวัตกรรมผ้าไหม วัฒนธรรม ด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ สะท้อนบทบาทของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการนำองค์ความรู้จากการเรียนรู้มาบูรณาการกับโจทย์และศักยภาพของพื้นที่ ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อร่วมขับเคลื่อน “Khon Kaen Silk Innovation Ecosystem” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมท้องถิ่นสู่การสร้างคุณค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับสากล
บรรพต พิลาพันธ์ : ข่าว






