เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จัดพิธีส่งมอบเทคโนโลยีเตาเผาถ่านไพโรไลซิส (Pyrolysis) และจัดแสดงนิทรรศการ “โครงการชุมชนต้นแบบการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากเหง้ามันสำปะหลังเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ เทศบาลตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มุ่งเป้าเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก โครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบบูรณาการเชิงประเด็น ตามแนวพระราชดำริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภายในงาน ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานส่งมอบเทคโนโลยีเตาไพโรไลซิส ให้แก่ นายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค้อ เพื่อให้ชุมชนนำไปใช้แปรรูปเหง้ามันสำปะหลังและชีวมวลต่างๆ ให้กลายเป็น “ถ่านไบโอชาร์เพื่อการเกษตร” ด้วยกระบวนการเผาไหม้ในสภาวะจำกัดออกซิเจน ซึ่งนอกจากจะช่วยเปลี่ยนขยะที่มีมูลค่าต่ำให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังได้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับปรุงบำรุงดินอีกด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพล เนสุสินธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายเรียนรู้ตลอดชีวิตและความยั่งยืน สำนักบริการวิชาการ มข. กล่าวรายงานว่า ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, เทศบาลตำบลบ้านค้อ และภาคีเครือข่าย จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านนวัตกรรมเตาเผาถ่าน การยกระดับผลิตภัณฑ์สู่แบรนด์ “บ้านค้อไบโอชาร์” และที่สำคัญคือการสร้าง “นวัตกรชุมชน”

การดำเนินงานดังกล่าวนับเป็นภาพสะท้อนของการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อย่างครบวงจร ทั้งการใช้ทรัพยากรชีวภาพ (Bio Economy) การหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ (Circular Economy) และกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Green Economy) ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำริในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมหลากหลายมิติ ทั้ง SDG 8 (งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) ผ่านการสร้างงานและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก, SDG 9 (อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน) จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีเตาเผาไพโรไลซิสสู่ชุมชน, SDG 12 (การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน) ด้วยการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน, SDG 13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ผ่านการลดมลพิษจากการเผาในที่โล่งและการกักเก็บคาร์บอนด้วยไบโอชาร์ ตลอดจน SDG 17 (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน

สำนักบริการวิชาการ มข. มุ่งเน้นหลักการ “สร้างคนควบคู่กับการสร้างนวัตกรรม” การส่งมอบในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการมอบ “เตาไพโรไลซิส” แต่เป็นการส่งต่อ “เทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาส” เพื่อติดอาวุธให้นวัตกรชุมชนสามารถนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ด้วยตนเอง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการนำการศึกษา งานวิจัย และการบริการวิชาการ ลงสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
—
—
ข่าว : นายชนะชัย ฤทธิ์ทรงเมือง
ภาพ : นายประภาพรณ์ ขันชัย ; นายชนะชัย ฤทธิ์ทรงเมือง



















