มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริศักดิ์ เหล่าจันขาม คณบดีวิทยาลัยกิจการและนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงและศึกษาดูงานสำหรับคณะผู้แทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถอดบทเรียนด้านการลดความยากจน การฟื้นฟูชนบท การพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือไทย–จีน สู่การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างยั่งยืน


โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดย สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดขอนแก่น ภายใต้หัวข้อ “แบ่งปันแนวคิดการลดความยากจน ร่วมขับเคลื่อนความกินดีอยู่ดีของประชาชนจีน–ไทย” โดยนำคณะผู้แทนจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาในพื้นที่นครหนานหนิง เมืองไป่เซ่อ และเมืองกุ้ยหลิน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสองประเทศเดินทางศึกษาดูงาน ณ นครหนานหนิง เมืองไป่เซ่อ และเมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน

คณะผู้แทนจากจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดบุรีรัมย์ นำโดย นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นางปิติมา รักพานิชมณี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้แทนภาคธุรกิจ หอการค้าจังหวัดขอนแก่น และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเรียนรู้แนวทางการพัฒนาจากพื้นที่ต้นแบบของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การศึกษาดูงานครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายมิติ โดยเฉพาะ การลดความยากจนและฟื้นฟูชนบท การบริหารจัดการและพัฒนาชุมชน การส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ แนวทางการนำการพัฒนาเศรษฐกิจมาเชื่อมโยงกับการยกระดับคุณภาพชีวิตในระดับพื้นที่ โดยอาศัยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างอาชีพและรายได้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดทรัพยากรและอัตลักษณ์ของชุมชนให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาถอดบทเรียนและพิจารณาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับมหาวิทยาลัยขอนแก่น การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น “กลไกเชื่อมองค์ความรู้สู่การพัฒนาพื้นที่” โดยเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวปฏิบัติจากต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์ ต่อยอด และประยุกต์ใช้ร่วมกับองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
ขณะเดียวกัน การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเชื่อมโยง ภาครัฐ–มหาวิทยาลัย–ภาคธุรกิจ–ท้องถิ่น เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาที่สามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือในอนาคต ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
การเข้าร่วมโครงการของมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงไม่ได้เป็นเพียงการศึกษาดูงานในต่างประเทศ หากยังเป็นส่วนหนึ่งของการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับนานาชาติมาเชื่อมโยงกับโจทย์การพัฒนาของภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง อันสอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการใช้ศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานครั้งนี้สอดคล้องโดยตรงกับ SDG 1: ขจัดความยากจน (No Poverty) จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถอดบทเรียนด้านการลดความยากจนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) ผ่านการเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูชนบท การบริหารจัดการชุมชน และการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ และ SDG 17: หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) จากการสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ รวมถึง SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ผ่านการเรียนรู้แนวทางการพัฒนาพลังงานและอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน











