เกษตรศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ มข. เดินหน้า “ยุวชนอาสา” บูรณาการศาสตร์เกษตร–ศึกษา พัฒนาการเรียนรู้เด็กประถมผ่านกิจกรรมเกษตร

มหาวิทยาลัยขอนแก่น เดินหน้าโครงการยุวชนอาสา ภายใต้โครงการ “การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษาด้วยกิจกรรมบูรณาการด้านการเกษตร” ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมุ่งบูรณาการองค์ความรู้จากคณะเกษตรศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านกิจกรรมด้านการเกษตรและการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจากสถานการณ์จริงในพื้นที่

โครงการดำเนินงานร่วมกับ โรงเรียนภูเวียงวิทยายน อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มจากการศึกษาบริบทของโรงเรียนและชุมชน รับฟังความคิดเห็นและความต้องการจากผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน ตลอดจนสำรวจพื้นที่และทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้เป็นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้กิจกรรมที่จะพัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและผู้เรียน

การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจาก ทีมอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการจากคณะเกษตรศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ ประกอบด้วย อ.ดร.ประกาศิต ดวงพาเพ็ง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ หัวหน้าและที่ปรึกษาโครงการ, ผศ.ทับทิม สุริยสุภาพงศ์, ผศ.สุดใจ ศรีจามร และ อ.คนิธพงศ์ ปิยนามวาณิช อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกับ นางวนิดา เครือไกรวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนภูเวียงวิทยายน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลและสะท้อนบริบทของโรงเรียน เพื่อใช้เป็นฐานในการออกแบบกิจกรรม

ขณะเดียวกัน มีนักศึกษาจาก 2 คณะเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย นักศึกษาในรายวิชา AG133001 หลักการขยายพันธุ์พืช และ AG133101 การผลิตผักเศรษฐกิจ สาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ และนักศึกษาในรายวิชา ED330016 การประถมศึกษาเพื่อชุมชน สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ โดยนักศึกษาได้ร่วมกันดำเนินงานร่วมกันตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจบริบท การพูดคุยกับผู้บริหารและครู การศึกษาความต้องการของโรงเรียน ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลและออกแบบกิจกรรม โดยนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์นำองค์ความรู้ด้านการผลิตพืช การผลิตผัก การขยายพันธุ์พืช และการจัดการผลผลิตมาประยุกต์ใช้ ขณะที่นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์นำความรู้ด้านการวิเคราะห์ผู้เรียน การออกแบบกิจกรรม และการจัดการเรียนรู้มาบูรณาการร่วมกัน

จากนั้น นักศึกษาได้เข้าสู่กระบวนการ Workshop 1 เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากพื้นที่และร่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการปลูกผักสวนครัวสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ก่อนเข้าสู่ Workshop 2 เพื่อทดลองสอน ซักซ้อมขั้นตอน และปรับปรุงกิจกรรมให้มีความเหมาะสมกับช่วงวัยของผู้เรียนและบริบทของโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ภายหลังการดำเนินงาน Workshop 2 นักศึกษาได้นำกิจกรรมที่ได้ร่วมกันออกแบบและปรับปรุงไปดำเนินการจริง ณ โรงเรียนภูเวียงวิทยายน โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนและคณะครูในลักษณะการเรียนรู้ทั้งภายในชั้นเรียนและการลงมือปฏิบัติจริงในแปลงสาธิต นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการปลูกผักสวนครัว การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ก่อนนำความรู้ไปทดลองปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมในแปลงสาธิต โดยมีนักศึกษาและคณะครูร่วมให้คำแนะนำและดูแลกระบวนการเรียนรู้

 

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) สามารถเชื่อมโยงความรู้จากห้องเรียนกับการปฏิบัติในสถานการณ์จริง ขณะเดียวกัน นักศึกษาจากคณะเกษตรศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนสังเกตและเรียนรู้จากการตอบสนองของผู้เรียนในสถานการณ์จริง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ทีมโครงการได้ลงพื้นที่โรงเรียนภูเวียงวิทยายน เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งติดตามผลการนำกิจกรรมที่ผ่านการออกแบบและปรับปรุงไปใช้ในพื้นที่จริง แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้อง และพิจารณาแนวทางในการพัฒนากิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง การติดตามความก้าวหน้าในครั้งนี้สะท้อนแนวทางสำคัญของโครงการที่มุ่งให้ “พื้นที่จริงเป็นห้องเรียน” นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่การทำความเข้าใจพื้นที่ การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบกิจกรรม การทดลองและปรับปรุง ตลอดจนการนำกิจกรรมไปใช้จริง โดยกระบวนการดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนกับสถานการณ์จริง และพัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา

สำหรับนักเรียน โครงการมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน โดยเน้นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนได้รับทั้งความรู้และทักษะพื้นฐานด้านการเกษตร ตลอดจนเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นและเห็นคุณค่าของทรัพยากรและภูมิปัญญาในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน โรงเรียนสามารถนำรูปแบบกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นไปต่อยอดในการจัดการเรียนรู้ได้ในอนาคต

โครงการยุวชนอาสาจึงเป็นรูปแบบการทำงานที่เชื่อมโยง “มหาวิทยาลัย–โรงเรียน–ชุมชน” ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างศาสตร์ โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับทั้งนักศึกษาและนักเรียน พร้อมพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

[post-views]

Scroll to Top