นักวิจัย มข. ต่อยอด Universal Design จาก OsloMet สู่โจทย์เทคโนโลยีและการศึกษาที่ทุกคนเข้าถึงได้

มข. เดินหน้าสร้างความเป็นนานาชาติผ่านโครงการ KKU Outbound Visiting Scholar เปิดเวทีให้นักวิจัยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับสถาบันชั้นนำระดับโลก ดร.วันวิสาข์ วรรณพิพัฒน์ นักวิจัย มข. เยือน OsloMet ประเทศนอร์เวย์ ต่อยอดงานวิจัย Universal Design, HCI, Digital Learning และ AI มุ่งออกแบบเทคโนโลยีและการศึกษาให้ “เข้าถึงได้ ใช้งานได้ และเป็นประโยชน์กับทุกคน” พร้อมเปิดประตูสู่ความร่วมมือวิจัยและการพัฒนาการศึกษาระหว่างไทย–นอร์เวย์

ในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน “การเข้าถึงเทคโนโลยี” ไม่ควรเป็นสิทธิของคนบางกลุ่ม แต่ควรเป็นโอกาสที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีอายุ ความสามารถ ประสบการณ์ หรือพื้นฐานทางเทคโนโลยีแตกต่างกันเพียงใด แนวคิด Universal Design หรือการออกแบบเพื่อทุกคน จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีและการศึกษาในยุคดิจิทัล

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเดินหน้าส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ ผ่าน โครงการ KKU Outbound Visiting Scholar ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคลากรสายวิชาการเดินทางไปปฏิบัติงานทางวิชาการ วิจัย หรือการสอน ณ สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัยในต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และนำองค์ความรู้กลับมาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยและสังคมไทย

หนึ่งในนักวิจัยที่ได้รับโอกาสดังกล่าว คือ ดร.วันวิสาข์ วรรณพิพัฒน์ อาจารย์ประจำหลักสูตร Creative Media Technology วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ผู้อำนวยการ KKU Academy ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติงานในฐานะนักวิจัยเยี่ยมเยือน ณ Oslo Metropolitan University (OsloMet) ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม – 7 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนและศึกษาวิจัยในประเด็น Universal Design, Digital Learning และ Human-Computer Interaction (HCI)  การเดินทางครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ ดร.วันวิสาข์ ได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับงานวิจัยและประสบการณ์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นผ่านการสัมภาษณ์กับ Oslo Metropolitan University ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการนำเสนอองค์ความรู้และประเด็นการวิจัยที่เชื่อมโยงกับความท้าทาย ในระดับสากล

จากประสบการณ์ในครอบครัว สู่คำถาม “เทคโนโลยีควรออกแบบเพื่อใคร”

งานวิจัยของ ดร.วันวิสาข์ มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการศึกษา การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ และประสบการณ์ผู้ใช้ โดยหนึ่งในความสนใจสำคัญคือการออกแบบส่วนติดต่อดิจิทัลสำหรับผู้สูงอายุ  ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากประสบการณ์ใกล้ตัว เมื่อสังเกตเห็นว่าพ่อแม่ประสบปัญหาในการใช้งานโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันดิจิทัล จึงเกิดคำถามสำคัญว่า “เราจะออกแบบเทคโนโลยีอย่างไรให้ผู้สูงอายุและผู้ใช้ ที่มีความต้องการแตกต่างกัน สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ?”


คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดตั้งต้นของการมอง “การออกแบบ” ในมิติที่กว้างกว่ารูปลักษณ์ของหน้าจอ เพราะการออกแบบเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มขนาดตัวอักษร ปรับสี หรือจัดวางเมนูให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ต้องมองถึง ระบบสนับสนุนรอบตัวผู้ใช้งาน ทั้งครอบครัว ผู้ดูแล บริการช่วยเหลือ ตลอดจนรูปแบบการให้คำแนะนำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การออกแบบที่ดีไม่ได้หมายถึงเพียง “ใช้งานได้” แต่ต้องช่วยให้ผู้ใช้สามารถ บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้จริง

OsloMet เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน HCI และ Universal Design

การเยือน OsloMet ครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Prof. Frode Eika Sandnesผู้เชี่ยวชาญด้าน HCI และ Universal Design รวมถึงนักวิจัยจาก Department of Computer Science ของ OsloMet ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสังคม  ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจากทั้งสองประเทศทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากสองบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งมุมมองด้าน Universal Design และเทคโนโลยีจากนอร์เวย์ ควบคู่กับประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการศึกษาและการวิจัยพฤติกรรมผู้ใช้งานจากประเทศไทย ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อจำกัด หากแต่เป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้” โดยเฉพาะประเด็นภาษาและวัฒนธรรมที่มีผลต่อการออกแบบระบบดิจิทัล ซึ่งภาษาไทยมีลักษณะการเขียนที่แตกต่างจากภาษาอังกฤษและภาษานอร์เวย์ โดยเฉพาะเรื่องการเว้นวรรคระหว่างคำ ประเด็นเล็ก ๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Universal Design ไม่ใช่การนำรูปแบบเดียวไปใช้กับทุกพื้นที่ แต่ต้องเข้าใจบริบทและความต้องการของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม

ดร.วันวิสาข์ จึงเน้นย้ำหลักสำคัญของการออกแบบเพื่อทุกคนว่าอยู่ที่ “ความเข้าใจและการเข้าถึงได้” โดยคำถามสำคัญไม่ได้มีเพียงว่า “เทคโนโลยีสามารถทำงานได้หรือไม่” แต่ต้องถามต่อว่า “เทคโนโลยีนั้นใช้งานได้จริงสำหรับคนที่เราต้องการให้บริการหรือไม่”


Universal Design กับการศึกษาดิจิทัล เมื่อผู้เรียนต้องเป็นศูนย์กลาง

แนวคิด Universal Design ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับงานด้าน Digital Learning ซึ่ง ดร.วันวิสาข์ ให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้โดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ดิจิทัลที่ดีจึงไม่ควรวัดเพียงว่าผู้เรียนสามารถใช้แพลตฟอร์มหรือเครื่องมือได้หรือไม่ แต่ต้องช่วยให้ผู้เรียน บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ โดยคำนึงถึงพื้นฐาน ความคาดหวัง ประสบการณ์ และความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่แตกต่างกันของผู้เรียน ตั้งแต่องค์ประกอบเล็ก ๆ เช่น ขนาดตัวอักษร สี การจัดลำดับข้อมูล ไปจนถึงโครงสร้างของเนื้อหา ล้วนมีผลต่อความสามารถของผู้เรียนในการจดจ่อ จัดระเบียบข้อมูล และเชื่อมโยงความรู้ใหม่เข้ากับประสบการณ์เดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มุมมองดังกล่าวทำให้ “การออกแบบ” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนักออกแบบหรือเทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม


AI กับโจทย์ใหม่ของการศึกษา ต้องเดินหน้าควบคู่ “จริยธรรม”

อีกหนึ่งประเด็นที่มีความสำคัญต่อการออกแบบเทคโนโลยีและการศึกษาในอนาคต คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบการศึกษา  ดร.วันวิสาข์ มองว่า AI มีศักยภาพในการช่วยปรับเครื่องมือดิจิทัลให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม รวมถึงสามารถสร้างรูปแบบการสนับสนุนการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ ในมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องเดินควบคู่ไปกับ “จริยธรรมและความรับผิดชอบ” โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส การเปิดเผยการใช้ AI ความรับผิดชอบต่อผลงาน ตลอดจนพื้นที่สีเทาของการใช้ Generative AI ในงานสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นโจทย์ที่สถาบันการศึกษาและแวดวงวิชาชีพจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาแนวทางและจรรยาบรรณที่เหมาะสมกับบริบทของโลกดิจิทัลเชื่อมโลก–ลดช่องว่าง สู่การศึกษาที่เข้าถึงได้

ประสบการณ์จากการศึกษาวิจัยในนอร์เวย์ยังทำให้เห็นความแตกต่างด้านเทคโนโลยีและการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับยุโรป โดยเฉพาะโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะดิจิทัลของผู้เรียน ในพื้นที่ต่าง ๆ ในบริบทดังกล่าว ระบบการเรียนรู้ออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถเป็นกลไกสำคัญ ในการขยายโอกาสทางการศึกษา ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงหลักสูตรและองค์ความรู้จากสถาบันต่าง ๆ ได้มากขึ้น แม้อยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรแนวคิดนี้สอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการพัฒนาการศึกษาและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ ลดช่องว่างทางเทคโนโลยี และนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในสังคม


จากทุนของนักวิจัย สู่ความร่วมมือของสองมหาวิทยาลัย

สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเดินทางครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนางานวิจัยของนักวิจัยรายบุคคล แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นและ OsloMet ที่มีศักยภาพในการต่อยอดในอนาคต  OsloMet ให้ความสนใจและเปิดพื้นที่ในการพูดคุยถึงประสบการณ์การทำงานวิจัยของ ดร.วันวิสาข์ รวมถึงประเด็น Universal Design ในบริบทประเทศไทย จนนำไปสู่ความสนใจในการร่วมมือด้านการวิจัย และการพัฒนาองค์ความรู้
ความร่วมมือดังกล่าวมีโอกาสต่อยอดไปสู่การทำวิจัยและตีพิมพ์ผลงานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนการสร้างเครือข่ายนักวิจัยระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน OsloMet ยังพร้อมสนับสนุนแหล่งการเรียนรู้ กรณีศึกษา ข้อมูลผลงานวิจัย รวมถึงการเชื่อมโยงนักวิชาการและนักวิจัย ด้าน Universal Design เพื่อร่วมพัฒนาการศึกษาที่ส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทยอย่างยั่งยืน  KKU Outbound Visiting Scholar กลไกขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่เวทีโลก  KKU Outbound Visiting Scholar จึงไม่ได้เป็นเพียงทุนสำหรับการเดินทางไปศึกษาหรือทำวิจัย ในต่างประเทศ แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่นสู่ระดับนานาชาติในหลายมิติ
หนึ่ง – ยกระดับงานวิจัยสู่สากล (Global Research Collaboration)
เปิดโอกาสให้นักวิจัย มข. ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลงานวิจัยและตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ตลอดจนรับองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่กลับมาต่อยอดกลุ่มวิจัยและห้องปฏิบัติการภายในมหาวิทยาลัย
สอง – พัฒนาการเรียนการสอนสู่มาตรฐานโลก (World-Class Education)
ประสบการณ์จากสถาบันต่างประเทศสามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนรู้ และ การจัดการศึกษา รวมถึงสร้างโอกาสสำหรับการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและความร่วมมือทางการศึกษาในอนาคต
สาม – ขับเคลื่อนความเป็นนานาชาติ (Internationalization)
จากความสัมพันธ์ระหว่างนักวิจัย สามารถต่อยอดเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบัน สร้างชื่อเสียง ทางวิชาการ และเพิ่มการเชื่อมโยงของมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยระดับโลก
สี่ – พัฒนาศักยภาพบุคลากร (Faculty Development)
เปิดพื้นที่ให้นักวิชาการได้ Upskill และ Reskill ทั้งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาการ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการสร้างภาวะผู้นำทางวิชาการในระดับสากล

เมื่อ “การออกแบบเพื่อทุกคน” กลายเป็นภารกิจร่วมของสังคม

สำหรับ ดร.วันวิสาข์ สิ่งสำคัญที่ต้องการนำกลับมาต่อยอดในประเทศไทย คือแนวคิดที่ว่า “การออกแบบที่ดีควรเป็นสำหรับทุกคน ไม่ใช่เพียงสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” ความแตกต่างด้านวัฒนธรรม ระบบการศึกษา และบริบททางเทคโนโลยีระหว่างประเทศไทยและนอร์เวย์ จึงไม่ใช่อุปสรรค หากแต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งกันและกัน เพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบเทคโนโลยีและการศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้คนซึ่งมีภูมิหลัง ความสามารถ และความต้องการแตกต่างกัน
การเดินทางของนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเดินทางไปต่างประเทศ หากคือ การ “นำโลกกลับมาพัฒนาบ้านเรา” ผ่านองค์ความรู้ด้าน Universal Design, Human-Computer Interaction, Digital Learning และ AI พร้อมสร้างสะพานความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและนานาชาติ

และเหนือสิ่งอื่นใด คือการตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยง องค์ความรู้ระดับโลกกับบริบทท้องถิ่น เพื่อร่วมสร้างเทคโนโลยีและการศึกษาที่ “เข้าถึงได้ ใช้งานได้ และเป็นประโยชน์กับทุกคน” อย่างแท้จริง

ข่าว : เบญจมาภรณ์ มามุข
ข้อมูล/ภาพ : Oslo Metropolitan University / ดร.วันวิสาข์ วรรณพิพัฒน์

[post-views]

Scroll to Top