เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ มข.-ม.อ.-มช. “3 พลังเพื่อแผ่นดิน” ครั้งที่ 9 โดยมี รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับและเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรจากสามมหาวิทยาลัย รวมกว่า 572 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงแรม Heritage Grand ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า การได้พบกันของทั้ง 3 มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องสะท้อนมิตรภาพและเจตนารมณ์ความร่วมมือที่มีคุณค่า แม้แต่ละแห่งจะมีบริบทและจุดแข็งต่างกัน แต่ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันคือการใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ จึงอยากให้เวทีนี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทั้งความสำเร็จและความท้าทายที่แต่ละสถาบันกำลังเผชิญ เพื่อร่วมกันมองหา Next Practice มากกว่าเพียง Best Practice และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับไปปรับใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
“หัวใจของความร่วมมือ 3 พลังเพื่อแผ่นดิน คือการแลกเปลี่ยนบทเรียนทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวระหว่างกันอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่เราเรียนรู้แล้วว่าไม่ได้ผล ก็สามารถแบ่งปันกันได้เช่นเดียวกับความสำเร็จ มหาวิทยาลัยขอนแก่นดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดูแลภาคเหนือ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดูแลภาคใต้ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือของ 3 พลังเพื่อแผ่นดินนี้จะช่วยขับเคลื่อนพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

ภายในงานมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับใหม่ระหว่างสามสถาบัน การนำเสนอนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนของแต่ละมหาวิทยาลัย จากนั้นเป็นช่วงแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน 8 มิติสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ด้านการเรียนการสอน หัวข้อ Curriculum Vital Signs การปรับหลักสูตรปัจจุบันให้เติบโตได้ในระบบนิเวศอนาคต กลุ่มที่ 2 ด้านวิจัย ว่าด้วย Research Licensing, Tech Spin-Offs & University Holding Companies กลุ่มที่ 3 ด้านบริการวิชาการ มุ่งขับเคลื่อน THE Impact Ranking กลุ่มที่ 4 ด้านบริหารทรัพยากรบุคคล ให้ความสำคัญกับ Mental Health การดูแลสุขภาพจิตบุคลากร กลุ่มที่ 5 ด้านพัฒนานักศึกษา ภายใต้แนวคิด Student Immunity for Future Society การสร้างภูมิคุ้มกันนักศึกษาเพื่อการใช้ชีวิตในสังคมอนาคต กลุ่มที่ 6 ด้านศิลปวัฒนธรรม ว่าด้วยทุนวัฒนธรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กลุ่มที่ 7 ด้านบริหารจัดการ หัวข้อ AI in Action การใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานบริหารจัดการมหาวิทยาลัย และกลุ่มที่ 8 ด้านประกันคุณภาพ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประกันคุณภาพระดับหลักสูตร นอกจากนี้ยังมีกลุ่มย่อยชมรมผู้อาวุโส (มข.) ชมรมรักษ์ ม.อ. และชมรมผู้เกษียณ (มช.) ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศกันเองอีกด้วย

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เผยว่า สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการมองหาว่าเราจะร่วมมือกันในเรื่องใดได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันด้านนวัตกรรม การดูแลสุขภาพ การพัฒนาชุมชนในพื้นที่ของแต่ละมหาวิทยาลัย รวมถึงโจทย์ใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การเดินคนเดียวกับการเดินไปพร้อมเพื่อนย่อมแตกต่างกัน ระยะทางไม่มีข้อจำกัดในการทำงานร่วมกัน
“ สถาบันการศึกษาเราต่างเผชิญโจทย์ท้าทายที่คล้ายกันในการพัฒนาประเทศ ท่ามกลางสังคมที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน หากเรายังยึดรูปแบบเดิม เราจะตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลง แนวทางของเราจึงคือการแชร์เป้าหมายเดียวกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน และทำงานเป็นทีมเดียวกัน เพราะข้อมูลและทรัพยากรในแต่ละพื้นที่มีจำกัด การรวมพลังกันจะช่วยให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดผลลัพธ์ที่มากขึ้น”

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการร่วมกันบ่มเพาะคนเก่งแห่งอนาคต ผลิตงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเติบโตไปด้วยกันในสังคมร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน บนพื้นฐานของความคล่องตัวและความยั่งยืน โดยขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์”
ในช่วงค่ำมีกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายใต้ธีม “ผ้าไทยพื้นถิ่น” สร้างบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองระหว่างบุคลากรทั้งสามสถาบันนับเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างแท้จริง



















ท่านสามารถคลิกชมภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://storage.kku.ac.th/share.cgi?ssid=15aedcafdb8443ae9e1ed66db700bdb9
ข่าว : จิราพร ประทุมชัย
ภาพ : อรรถพล ฮามพงษ์ / ณัฐวุฒิ จารุวงศ์ / ณิชากร นิพรรัมย์
กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น 043 202 204 ต่อ 48762









