มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้อนรับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสเยี่ยมชมผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัย ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน นวัตกรรมเภสัชกรรม และเทคโนโลยีเซลล์บำบัด สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการผลักดันองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง เชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสเดินทางเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในจุดสำคัญของการเยี่ยมชม คือ โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ (KKUVOLT) ซึ่งสะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการวิจัย พัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยคณะได้แลกเปลี่ยนแนวทางการผลักดันผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ

จากนั้น คณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของ บริษัท ลิลลี่ ฟาร์มา จำกัด เพื่อรับฟังแนวทางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรม ตลอดจนการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการเชื่อมโยงระบบวิจัยของมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้ภายในประเทศ

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการเยี่ยมชม ศูนย์เซลล์บำบัดรักษา (Cellular Therapy Center) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านเซลล์บำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ในอนาคต อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมการรักษา ยกระดับระบบสุขภาพ และสร้างศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูงของประเทศไทย
การเยี่ยมชมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เชื่อมโยงตั้งแต่ “องค์ความรู้–งานวิจัย–เทคโนโลยี–การพัฒนา–การใช้ประโยชน์” โดยมหาวิทยาลัยไม่ได้มุ่งเพียงสร้างผลงานทางวิชาการ แต่ให้ความสำคัญกับการผลักดันองค์ความรู้ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ทั้งด้านพลังงาน สุขภาพ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ยังต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ในการเชื่อมต่อองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการของตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถก้าวข้ามจากห้องปฏิบัติการไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง
การลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของบทบาทมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น มหาวิทยาลัยวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสังคมและประเทศ ผ่านการบูรณาการความเชี่ยวชาญจากหลากหลายศาสตร์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในมิติของการยกระดับอุตสาหกรรม การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก ที่อุทิศเพื่อสังคม (A World-Leading Research and Development University Dedicated to Society)” โดยมุ่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของสังคม พร้อมนำศักยภาพทางวิชาการไปสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชน เศรษฐกิจ และประเทศอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับ SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure) จากการพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) จากการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเภสัชกรรมและเทคโนโลยีเซลล์บำบัด SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) จากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน และ SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth) จากการต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ SDG 17: หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมจากองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


ภาพ/ข้อมูล : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ข่าว : ฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น






