เมื่อวันที่ 14-21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย อาจารย์ ดร.กันตพงศ์ จิตต์กล้า รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและดิจิทัล, อาจารย์ ดร.ณัฐหทัย มานาดี รองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เชิงรุก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มารศรี สอทิพย์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และนักศึกษา ได้เข้าร่วมโครงการสานสัมพันธ์เครือข่ายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 6 สถาบัน (ค่าย 6 สถาบัน) ครั้งที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2568 ณ โรงเรียนบ้านทุ่งกราด อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยเครือข่ายเข้าร่วมพิธีเปิด ซึ่งในปีนี้คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ





สำหรับการจัดค่ายในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมความสัมพันธ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของคณะวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีเครือข่ายความร่วมมือ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นการจัดค่ายในรูปแบบของค่ายอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือแบบบูรณาการในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา โดยอาศัยกลไก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกิจกรรมเสริมหลักสูตร ที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม พร้อมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์เชิงพื้นที่ด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ตลอดจนเป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างความเข้าใจในบริบทความหลากหลายทางวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค โดยในปีนี้คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย


กิจกรรมที่จัดขึ้นในค่าย ประกอบด้วย กิจกรรมฐานวิชาการและนันทนาการร่วมกับนักเรียน (การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ และกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งถือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ให้กับนักเรียน) กิจกรรมฐานบำเพ็ญประโยชน์และพัฒนาภายในโรงเรียน (การวาดภาพระบายสีบริเวณสนามเด็กเล่น ทาสีกำแพงและทำความสะอาดภายในโรงเรียน) กิจกรรมฐานสวัสดิการ (การร่วมกันประกอบอาหาร ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ จากอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นผู้ประกอบอาหารหลักในทุกมื้อ) และกิจกรรมการลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ชุมชน โดยนิสิตนักศึกษาแต่ละกลุ่มได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อเรียนรู้การทำ “ผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ” จากสวนฟ้าใสไอโกะ ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนของตำบลตะเคี้ยนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี การย้อมผ้าจากสีเปลือกมะพร้าว นอกจากจะเป็นวิถีชีวิตสำคัญด้านเกษตรกรรมของชาวอำเภอบางละมุงแล้ว ยังเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย และกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์สำคัญ คือการทำ “ขนมกะล้อจี๊” ขนมหวานโบราณที่พบในชุมชนชาวจีนในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีชุมชนคนจีนตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยการค้าทางทะเล ขนมกะล้อจี้จึงถูกนำเข้ามาพร้อมวัฒนธรรมการกินของชาวจีน และสืบทอดต่อกันในชุมชนจนกลายเป็นขนมโบราณที่พบในตลาดจีน หรือเทศกาลท้องถิ่นของชลบุรี




นอกจากนี้ ช่วงเย็นของทุก ๆ วัน ยังมีกิจกรรมนันทนาการสลับหมุนเวียนจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกชาวค่ายได้ทำความรู้จักและสานสัมพันธ์กับเพื่อนต่างสถาบัน ฝึกความเป็นผู้นำและกล้าแสดงออกผ่านกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสี รวมถึงการทัศนศึกษา ณ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ชายหาดบางแสน ตลาดอ่างศิลา และตลาดโตชิน ทำให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งในจังหวัดชลบุรี ที่มีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับทะเล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม การทัศนศึกษาครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้นอกห้องเรียน แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจต่อชุมชนท้องถิ่น และตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกอีกด้วย



พิชชาทร ปึ่งพรม (คิง) นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 3 ในฐานะนายกสโมสรนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “ค่าย 6 สถาบันเป็นพื้นที่การเรียนรู้อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้นิสิตนักศึกษาจากทั้ง 6 มหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรม การปรับตัว การแสดงออก และการฝึกความเป็นผู้นำ มากไปกว่านั้นค่าย 6 สถาบันเป็นเหมือนครอบครัวที่สร้างความทรงจำที่ดีที่สุดในช่วงของการเป็นนักศึกษา เพราะนอกจากเราได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่างแล้ว ยังได้มิตรภาพและความทรงจำที่ดีจากเพื่อนต่างมหาวิทยาลัย ตลอดทั้ง 8 วัน 7 คืนเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่หลากหลายที่ทำให้คิงและเพื่อน ๆ มีความสุขด้วยกัน ซึ่งคิงไม่เคยพูดว่าไม่มีความสุขสักวินาทีเดียว”


นนทกานต์ ป้านภูมิ (ภพภูมิ) นักศึกษาสาขาวิชาพัฒนาสังคม ชั้นปีที่ 1 กล่าวในฐานะลูกค่ายว่า “ค่ายนี้เป็นความทรงจำที่ล้ำค่าและ “ใจฟู” ที่สุดตลอด 8 วัน ประทับใจตั้งแต่การต้อนรับที่อบอุ่นของเจ้าภาพ (ม.บูรพา) โดยเฉพาะความเซอร์ไพรส์ที่ได้รับฟังภาษาถิ่นอีสานในต่างแดน ช่วยลดระยะทางให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ได้กำไรชีวิต ทั้งการลองทำสิ่งใหม่ช่วงเวียนโครง การแลกเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และเสน่ห์ของสันทนาการที่ทุกสถาบันประชันความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เราได้สร้างมิตรภาพข้ามภูมิภาคที่ลึกซึ้งจนยากจะเอ่ยลา ขอบคุณค่ายที่ทำให้คนแปลกหน้ากลายเป็นพี่น้องที่ผูกพันกันด้วยน้ำตาและรอยยิ้ม แล้วพบกันใหม่ด้วยความเต็มที่ในค่ายปีหน้าแน่นอนค่ะ”

จิรัฐติกาล ตันมูล (กระต่าย) นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 3 กล่าวในฐานะลูกค่ายที่ได้เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 2 ว่า “ค่าย 6 เป็นค่ายที่เรียกได้ว่าเปิดโอกาส เปิดประสบการณ์กระต่ายมากที่สุดค่ายหนึ่งในชีวิตนักศึกษาเลยค่ะ เพราะเราได้พบเจอเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่มาจากหลากหลายมหาวิทยาลัย หลากหลายภูมิภาค ซึ่งแต่ละที่ก็ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และสิ่งที่ดีที่สุดคือทุกคนที่มาร่วมค่ายเต็มใจและพร้อมที่จะแบ่งปันทุกอย่างให้กับเรา ทั้งประสบการณ์ ภาษา วัฒนธรรม และอีกมากมาย ให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เราอาจจะมองว่าแตกต่าง แต่ในทางกลับกันตัวเราเองก็ต้องพร้อมที่จะเปิดใจและเปิดรับในสิ่งที่ทุกคนเต็มใจมอบให้เราเช่นเดียวกันค่ะ เวลา 8 วัน 7 คืนอาจจะดูยาวนาน แต่หากได้ลองไปสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า “ค่าย 6 สถาบัน” คุณอาจจะอยากอยู่ยาวกว่านั้นก็ได้”

และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่าย 6 สถาบัน คือการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมผ่านการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละภูมิภาค เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจและลดช่องว่างทางวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์ตรง นอกจากนี้ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้ง 6 สถาบัน ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อวางแนวทางต่อยอดกิจกรรมพัฒนานิสิตนักศึกษาในอนาคต สะท้อนถึงความเข้มแข็ง และความต่อเนื่องของความร่วมมือที่ก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างสมภาคภูมิ สำหรับเจ้าภาพในการจัดค่ายครั้งต่อไป ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม




ข่าว: กิตติชัย กองแก้ว และพิชชาทร ปึ่งพรม
ภาพ: Facebook Fanpage ค่ายสานสัมพันธ์มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 6 สถาบัน, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และสโมสรนิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม




